MPBAGS 01

ตอนที่ 1

อีแวนเจลีน โรแฮนสัน ลูกสาวคนเดียวของเคานท์โรแฮนสันเสียชีวิตแล้ว

ข้ารับใช้ในคฤหาสต์โรแฮนสันต่างไม่สามารถลืมภาพเท้าสีซีดที่แกว่งไกวตามแรงลมเหนือขึ้นไปคือร่างแบบบางห้อยลงมาจากกิ่งซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง

ดอกซากุระสีอมแดงเบ่งบานอย่างงดงามเช่นไรในวันนั้น กลิ่นหอมของมันยังคงอบอวลอยู่ที่ปลายจมูกของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และพวกมันกลายมาเป็นดอกซากุระที่บานเต็มโลงศพแทนที่จะเป็นดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์

พิธีศพจัดขึ้นที่คฤหาสน์ ไม่มีการเคลื่อนย้ายศพไปตั้งไว้ในวิหารเพื่อประกอบพิธีแต่อย่างใด เนื่องจากวัดมีกฏข้อห้ามที่เคร่งครัดในการทำพิธีให้แก่บุคคลที่ฆ่าตัวตาย

พิธีศพจึงเป็นไปอย่างเรียบง่าย

อันที่จริงแล้ว หากเป็นพิธีศพของชนชั้นสูง แม้กระทั่งถนนที่นำไปสู่พิธีจะต้องถูกจัดตกแต่งอย่างหรูหราและยิ่งใหญ่ แต่พิธีศพของอีแวนเจลีนนั้นดูเรียบง่ายและซอมซ่อยิ่งนัก อาจเพราะข่าวลือที่ว่าเธอเสียชีวิตด้วยโรคติดต่อทำให้หลายต่อหลายคนปฏิเสธที่จะมาร่วมงาน แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อจำเป็นต้องมีข้ออ้างที่เหมาะสมเพื่อปกปิดสาเหตุการตายที่แท้จริงของเธอ และมีแค่ข้ารับใช้เพียงไม่กี่คนในคฤหาสน์ที่รับผิดชอบการเตรียมงานทั้งหมด
ไม่ว่าจะเพราะบรรยากาศอันเงียบเหงา แขกเหรื่อหรอมแหรม หรือการที่ไม่มีใครร้องไห้เสียน้ำตาในระหว่างจัดงาน ทำให้พิธีในวันนี้ดำเนินไปอย่างน่าขนลุกและวังเวงอย่างยิ่ง ยังดีหน่อยที่มีเสียงคำสวดอธิษฐานของบาทหลวงดังเป็นระยะๆ ซึ่งพิธีในวันนี้ก็ใช้บาทหลวงที่ไม่เป็นที่รู้จักแม้แต่น้อย ก็ในเมื่อไม่มีบาทหลวงผู้ยิ่งใหญ่คนไหนจะรับทำงานศพเช่นนี้ แค่มีคนทำพิธีใก็เพียงพอและแน่นอนว่าย่อมเป็นเพราะเหรียญทองจำนวนไม่น้อยที่จะได้รับหลังเสร็จพิธีนั่นเอง
บาทหลวงยังคงสวดภาวนาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เหลือแค่ปิดฝาโลงแล้วนำโลงศพวางลงในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีศพ ข้ารับใช้ชายต่างเตรียมพร้อมและในทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดังกุกกักขึ้นในโถงพิธีอันวังเวง

บาทหลวงได้แต่กระแอมให้ข้ารับใช้ระมัดระวังอย่าให้เกิดข้อผิดพลาดในขณะที่เขายังคงสวดมนตร์ต่อไป แต่แล้ว เสียงรบกวนนั้นกลับยิ่งดังขึ้น

มันเป็นเสียงของบางสิ่งที่ดังกระทบกัน เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ และเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ว่าเป็นอะไร สรุปแล้วเสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดผู้คนในห้องโถงต่างก็เริ่มส่งเสียงพึมพำ กระทั่งบาทหลวงยังร้อนใจถึงกับหยุดสวดภาวนาและลืมตาขึ้น

แล้วเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้ตระหนกถึงขีดสุด

เส้นผมสีขาวที่แผ่สยายราวม่านน้ำตก พวกมันดูอ่อนนุ่มราวกับใยแมงมุมที่พันร้อยกันอย่างงดงาม

แพขนตางอนยาวของเธอสั่นไหวเบาๆ ทันใดนั้นดวงตาสีแดงสดก็เปิดขึ้น มันเป็นสีแดงชนิดที่ชวนให้นึกถึงหัวใจสดๆ ของสิ่งมีชีวิตมากกว่าสีของอัญมณีทับทิม นอกจากสีแดงของดวงตาแล้ว องคาพยพอื่นบนดวงหน้านี้ล้วนแล้วแต่ดูขาวพิสุทธิ์ผุดผ่องไปทั้งหมด ท่ามกลางผู้คนที่สวมใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำ เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่อยู่ในชุดสีขาว จึงราวกับว่าเธอเป็นสิ่งที่แปลกแยกแปลกปลอมจากทุกสิ่ง

เนื่องจากบาทหลวงเป็นผู้ที่อยู่ใกล้กับโลงศพมากที่สุด เขาจึงได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวนั้นก่อนใคร แม้ว่าเขาจะตั้งหน้าตั้งตาสวดภาวนา ท่องมนตร์พ่นคำอธิษฐานอย่างไร แต่พวกมันกลับไม่ได้ผลแม้แต่น้อยเพราะในเวลานี้ศพตรงหน้าได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว!

ร่างของอีแวนเจลีนเริ่มเคลื่อนไหว เริ่มต้นด้วยการขยับมือ กำหมัด กระพริบตา หมุนคอไปมาราวกับว่ามีบางอย่างที่ไม่ใช่ “คน” กำลังพยายามควบคุมร่างกายที่ตนไม่คุ้นเคย

ดวงตานั้นมองไปยังโคมระย้าที่อยู่เหนือเพดาน จากนั้นกวาดมองไปยังผู้คนในห้องโถงพิธี ส่วนคนที่มองตอบกลับมาน่ะเหรอ ต่างก็ตัวสั่นงันงก ปิดปาก และกลั้นหายใจไปตามๆ กัน

ในที่สุดเมื่อดวงตาสีแดงเลื่อนไปหยุดอยู่ที่บาทหลวง เขาก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากผู้คนในห้องโถง แถมยังเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความรู้สึกหวาดกลัวอันเข้มข้น เมื่อถูกจับจ้องด้วยสิ่งที่เป็น “ลางร้าย” สิ่งที่ไม่ควรได้รับโอกาสให้มีตัวตนขึ้นอีกครั้ง จะดีแค่ไหนถ้าเขาสามารถหนีจากสถานการณ์ตรงหน้าไปได้ทันที หรือเขาควรกัดลิ้น บีบคอตัวเองให้จบๆ ไป

เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับสิ่งที่แสร้งทำเป็น “มนุษย์” ไปมากกว่านี้แล้ว

“… ฉันชื่ออะไร?”

โอ้ ในที่สุดมันก็สำรอกคำพูดของมนุษย์ออกจากปาก

มันได้ครอบครองร่างของอีแวนเจลีน โรแฮนสัน และยิ้มอย่างพึงพอใจราวกับว่าเสร็จสิ้นกระบวนการปรับตัวเข้ากับร่างใหม่เรียบร้อยแล้ว

………………………………………………………………….

ฉันเดาว่าวิญญาณของตัวเองได้เข้ามาสิงอยู่ในร่างของคนอื่นเรียบร้อย

เมื่อฉันลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือโคมระย้าชิ้นใหญ่ที่ดูแพงมาก ขณะที่กำลังประเมินราคาของโคมระย้าตรงหน้า ฉันก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าตัวเองตายไปได้อย่างไรกันหนอ

เนื่องจากร่างกายเดิมของฉันถึกยิ่งกว่าอะไร แถมกำลังว่างงานจึงไม่ต้องห่วงว่าจะตายเพราะทำงานหนักเกิน ที่สำคัญฉันก็ไม่ได้ถูกรถชนขณะกำลังช่วยชีวิตคนหรือเด็ก ไม่เคยเจอพระนักบวชนักบุญและไม่เคยคุยกับหมอดูที่น่าสงสัย ไม่ว่าจะคิดวนไปวนมากี่รอบ ฉันก็ได้คำตอบเพียงว่าฉันแค่หลับไปเฉยๆ
ถึงแม้ว่าทุกวันนี้การสิงร่างจะเป็นกระแสมากแค่ไหน แต่การจะสิงร่างใครสักคนจากการแค่นอนหลับไปเฉยๆ แบบนี้มันช่าง…แต่ก็นะ ยังไงมันก็จบแล้ว ฉันเข้ามาอยู่ในร่างนี้เรียบร้อย

พอมาคิดๆ ดู สิ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายที่ฉันสิงอยู่มากกว่า

ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าของเดิมไหลเวียนเข้ามาในหัวเลยแม้แต่น้อย ดูจากมือของร่างนี้ก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะเข้าสิงร่างที่อายุน้อยๆ มากกว่า จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องความทรงจำ ดูไปแล้วฉันคงต้องใช้มุขความจำเสื่อมใช่ไหม

ผมของร่างนี้เป็นสีขาวงดงาม ส่วนมือก็เรียบเนียน แสดงว่าร่างนี้ต้องเป็นผู้ดีมีตระกูล ตอนนี้ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นใครไปได้? ปกติแล้วเราจะต้องเข้าไปสิงอยู่ในร่างของตัวละครจากนิยายที่กำลังอ่านหรือชอบมากที่สุดไม่ใช่เหรอ?

อันที่จริงฉันก็ไม่ได้มีนิยายเรื่องโปรด เพราะเรื่องที่ชอบอ่านคือศิลปะการต่อสู้ต่างหาก แต่เมื่อมองไปที่โคมระย้าบนหัว นิยายเรื่องนี้น่าจะไม่ใช่แนวชุนมะหรือแนวต่อสู้อย่างแน่นอน นี่ถ้าฉันได้ไปอยู่ในร่างของนักต่อสู้จะเป็นยังไงนะ ฉันคงกรี๊ดสลบไปเลยทีเดียว

ดูๆ ไปแล้วยังยากที่จะหาข้อมูลด้วยตัวเอง ในกรณีนี้ ผู้สิงร่างจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ถ้างั้นฉันควรเริ่มต้นจากชายแก่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อน เขาดูเหมือนนักบวชไม่มีผิด อืม ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ถ้าหากว่าตัวละครตัวนี้ป่วยก็คงต้องมีการเรียกนักบวชมารักษานั่นแหล่ะ แล้วก็คงจะลงล็อคกับเรื่องสูญเสียความทรงจำได้พอดี ว่าแต่ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย ฉันมองไปรอบๆ อีกครั้ง

ทำไมคนเยอะจัง หรือฉันเป็นคนที่ป๊อบปูล่าร์มาก แถมทุกคนในห้องโถงยังมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว พวกเขาทุกคนสวมชุดสีดำและกลั้นหายใจขณะสบตากับฉันด้วย

ชั่วขณะนั้น ฉันเริ่มคิดฟุ้งซ่านกลับไปกลับมา นี่มันไม่ใช่ห้องนอนด้วยซ้ำ และสิ่งที่รองรับร่างของฉันอยู่ก็ไม่ใช่เตียงแต่เป็นพื้นนุ่มๆ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ดอกซากุระ? เอหรือว่าเป็นดอกบ๊วยกันนะ? ยังไงก็ตามกลิ่นหอมเย็นแบบนี้มันช่างคุ้นเคยแปลกๆ

…เอิ่ม ที่ๆ ฉันนอนอยู่นี่มันช่างดูคุ้นๆ …

โลงศพ? นี่ฉันกำลังนอนอยู่ในโลงศพ? ว่าแล้วทำไมทุกคนถึงใส่ชุดสีดำกันหมด

โอยจะเป็นลม

ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเข้าสิงร่างของคนตาย ถ้าหากเจ้าของร่างยังมีชีวิตอยู่คงน่าสงสารไม่น้อย ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วกรณีของการสิงร่างมักเกิดเมื่อตัวละครถูกกำหนดให้ตายอย่างแนบเนียน เพื่อให้ผู้เข้าสิงสามารถครอบครองร่างได้อย่างง่ายดาย

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ทุกคนต่างก็มองฉันเหมือนเห็นผี!

อย่างน้อยฉันก็ควรเข้าสิงร่างทันทีที่เจ้าของร่างตายไปไม่ใช่เหรอ! ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้เนี่ย

ดูสินักบวชที่อยู่ข้างๆ ฉันดูเหมือนจะกลั้นใจตายอยู่รอมร่อแล้ว

เขาคงคิดว่าฉันเป็นศพที่ฟื้นคืนชีพแหงๆ

ยังไงซะเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องแก้ไข ฉันต้องพูดอะไรสักอย่าง

“ฉันชื่ออะไร?”

………………………………………………………………….

ชื่อของร่างกายที่ฉันครอบครองอยู่คือ อีแวนเจลีน โรแฮนสัน

อืม ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใคร

ผ่านมาสองวันแล้ว ตั้งแต่ฉันเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ในวันแรกฉันต้องทนรับการตรวจสอบอันน่าทรมานจากทั้งบาทหลวงและหมอ ส่วนในวันที่สองก็ถึงเวลาที่จะต้องนำเข้าข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้และโลกใบนี้ให้ได้มากที่สุด

แต่ทุกคนต่างก็คิดว่าร่างนี้ถูกสิงสู่ด้วยวิญญาณร้าย

ไม่ว่าใครที่เห็นฉันเป็นต้องก้มหน้างุดและตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว บางคนยังเป็นลมเมื่อเห็นฉันออกไปเดินเล่นด้วยซ้ำ สาวใช้ตัวน้อยของฉันถึงขนาดคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอชีวิต เอ่อ…

นอกจากนี้อีแวนเจลีนยังมีดวงตาสีแดง

ในจักรวาลของนิยายโรแมนติกแฟนตาซี คนกลุ่มเดียวที่สามารถมีดวงตาสีแดงได้ คือคนที่มีแนวโน้มจะเป็นตัวร้าย หรือพวกชั่วร้าย โดยทั่วไปแล้วสีนี้มักสื่อไปถึงลางร้ายที่ใครๆ ต่างชิงชังรังเกียจ

อีแวนเจลีนเป็นบุตรสาวคนเดียวของเคานท์โรแฮนสัน แม่ของเธอเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้วและดูก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อย่ำแย่แค่ไหน นี่ลูกสาวของเขาตายแล้วฟื้นมาสองวันแล้วแต่เขาก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็นแม้แต่เงา

อีกเรื่องหนึ่งคือเธอไม่มีคู่หมั้น ในพล็อตนิยายโรแมนติกแฟนตาซีทั่วๆ ไป ยังไงก็ต้องมีเจ้าชายสักคนสองคนอยู่ในเนื้อเรื่อง ดังนั้น สิ่งแรกที่ฉันมองหาคือข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าชายในโลกนี้ ทว่าเขากลับเป็นชายวัยกลางคนลูกสอง ไม่มีอาร์คดยุคแห่งแดนเหนือ ไม่มีหัวหน้านักบุญผู้หล่อเหลา..

ฉันพยายามค้นหาไดอารี่ของเจ้าของร่าง แต่ก็ไม่เจออะไรทั้งนั้น แต่ถึงเจอฉันก็อ่านไม่ออกอยู่ดีเพราะฉันไม่รู้หนังสือของโลกนี้!

ต้องเป็นชนชั้นสูงประเภทไหนกันที่ไม่รู้หนังสือ? มันสมเหตุสมผลไหม? นี่ฉันไม่สามารถไปห้องสมุดเพื่อรวบรวมข้อมูลได้ เพราะฉันไม่รู้ว่าจะอ่านหรือจะเขียนยังไง ในที่สุดฉันก็ต้องลงเอยด้วยการฝึกอ่านเขียนใหม่ อย่างกับเริ่มต้นเรียนภาษาที่สองใหม่ยังไงยังงั้น ฉันอายมากตอนที่บอกกับสาวใช้ว่าตัวฉันอ่านหนังสือไม่ออกเลยสักตัวเพราะสูญเสียความทรงจำ ซึ่งเธอก็ยังใจดีบอกว่าจะเอาหนังสือมาให้ฉันยืม

เอาล่ะพรุ่งนี้ฉันถึงจะเริ่มเรียนหนังสือ ส่วนวันนี้ก็เป็นวันทัวร์คฤหาสน์ก็แล้วกัน!

จบตอนที่ 1

………………………………………………………………………………………

คะแนน: 5 จาก 5.

ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^

…………………………………………………………………………………………
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ

2 ตอบกลับไปที่ “MPBAGS 01”

  1. เง้อออ หนุกง่าาา มาต่อไวๆนะค้าาา

    ชื่นชอบโดย 1 คน

    1. มาต่อแล้วจ้า อย่าลืมมาอ่านน้า

      ถูกใจ

ส่งความเห็นที่ Arbowjung Wanebli ยกเลิกการตอบ