Exclusive Scene ความรักของอิซอบ

#ครั้งแรกของอิซอบมินกยอง

…………………………………………………..

ทั้งสองกอดรัดกันพันพัวเข้าไปในห้องอย่างดุเดือด ในตอนนี้เสื้อของมินกยองถูกอิซอบจัดการจนไม่อยู่ในสภาพที่ปกปิดอะไรได้มากนัก เขาใช้ริมฝีปากปลดกระดุมเสื้อของเธอ กัดมันจนขาดแล้วพ่นกระดุมทิ้งไป ความตื่นเต้นพุ่งถึงขีดสุดจนลมหายใจของเขาอุ่นร้อน และใบหน้าก็เห่อร้อนตาม แน่นอนว่านิ้วของเขาสั่นสะท้านไปตามแรงปรารถนา ด้านมินกยองที่มองตามสายตาอันเร่าร้อนคู่นั้นทำได้เพียงหอบหายใจกระเส่า ส่งให้ทรวงอกอิ่มสะท้านขึ้นลงอย่างรุนแรง

มินกยองเอื้อมมือไปแตะแก้มที่แดงปลั่งของเขา ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก่อนจะใช้มือสั่นเทาของตัวเองไปกุมแก้มบางของเธอเอาไว้

“หยุดเดี๋ยวก่อน………”

“ถ้าผมทำตัวป่าเถื่อนเกินไป… … คุณช่วยบอกให้ผมหยุดที”

ป่าเถื่อนอย่างนั้นเหรอ ก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอก

มินกยองควรจะพูดบอกออกไปแบบนั้นแต่ในตอนนี้เธอเองก็จนด้วยคำพูด เพราะความร้อนรุ่มปนจั๊กกะจี๋มันแผ่ซ่านไปทั่ว เธอไม่รู้ว่าความตื่นเต้นส่งผลให้คนเรารู้สึกคันยุบยิบไปทั้งร่างแบบนี้ได้จริงๆ? หรือเพราะตอนนี้สมองของเธอไม่สามารถประมวลผลอะไรได้อีกแล้ว

มินกยองยกมือคว้าจับสองแก้มของเขา ตาสบตา พลางยกตัวขึ้นดูดดึงริมฝีปากสวยได้รูปอีกครั้ง ในตอนนี้อิซอบจัดการกระดุมที่เหลืออยู่จนครบก่อนจะดึงเสื้อที่ปิดบังร่างงามออกเผยให้เห็นไหล่กลมมน ชายหนุ่มไม่รั้งรอที่จะพรมจูบลงไปที่ลาดไหล่และซอกคอของเธอ ในขณะที่มินกยองก็ให้ความร่วมมือในการถอดเสื้อด้านใน แต่ทว่า

“ทำไม?”

มินกยองร้องครางขึ้นเพราะเธอไม่สามารถปลดกระดุมออกจากเสื้อของตัวเองได้ เธอรู้สึกอายมากที่ตัวเธอไม่มีประสิทธิภาพพอในการจัดการเรื่องง่ายๆ พวกนี้

“ผมถอดเอง”

“ไม่..”

อิซอบจัดการปลดกระดุมเสื้อเม็ดเล็กของเธออย่างรวดเร็ว แล้วถอดมันทิ้งในทันที จากนั้นก็เอื้อมมือไปรูดซิปกระโปรงของมินกยองลง จนหญิงสาวเผลอดันตัวถอยหลังด้วยความเขินอาย

“มานี่สิ คังมินกยอง”

อิซอบยื่นมือไปหาร่างบางที่กระถดตัวห่างออกไป ในขณะที่มินกยองสายหน้าเป็นพันลวัน

“ฉันถอดเอง… ”

อิซอบไม่ได้ถอนมือที่ยื่นออกมา

“แต่วันนี้ผมจะเป็นคนถอดให้คุณเอง”

โดยไม่ลังเล เขาดึงสายยกทรงลงด้วยมือยาวที่ยื่นไปถึงตัว ในขณะที่มินกยองก้าวถอยหลังไปอีกก้าว กระโปรงที่ห้อยต่องแต่งอยู่ก็รูดลงกับพื้นอย่างง่ายดาย จากนั้นอิซอบก็เคลื่อนมือไปที่เอวของเธอเพื่อเตรียมรูดถุงน่องออก มินกยองรีบคว้ามือของเขาเอาไว้ทันที

“นี่มัน…ฉันถอดเอง”

“ผมไม่ฉีกมันทิ้งหรอก”

อิซอบพูดพร้อมใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เขาค่อยๆ จัดการถุงน่องของเธออย่างเบามือ ทุกความเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างยากลำบากด้วยความอดกลั้น ร่างของมินกยองเกร็งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความตื่นเต้น ทุกครั้งที่ลมหายใจของเขาเป่ารดผิวกายที่เปลือยเปล่ามันช่าง..และในจังหวะที่มือของเขาปัดผ่านต้นขาด้านในของเธอเข้า มินกยองก็ปล่อยเสียงร้อง ‘อ๊ะ’ ออกมาเบาๆ

เธอเอื้อมมือออกไปหาอิซอบที่เงยหน้าขึ้นมองจากด้านล่าง และใช้ฝ่ามือลูบหูของเขาอย่างแรง เธออยากจะบอกเขาแทบตายว่ารีบๆ ฉีกถุงน่องออกไปเถอะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไปราวกับคำพูดนั้นติดอยู่ในคอไม่สามารถเปล่งออกมาได้

ชายหนุ่มหมดความอดทนในที่สุด

“เดี๋ยวผมซื้ออันใหม่ให้คุณ”

จากนั้นอิซอบก็ฉีกถุงน่องของมินกยองทิ้งอย่างแรง ก่อนจะดึงมันให้พ้นขาเรียวงาม

“คุณใส่และถอดอะไรแบบนี้ได้ยังไง?”

อิซอบเขวี้ยงซากถุงน่องลงบนพื้น ตอนนี้เหลือแค่ชุดชั้นในลูกไม้เพียงสองชิ้นเท่านั้น เขากัดริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนมินกยองกระตุก จากนั้นก็ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากบางที่เผยอออกแล้วรีบดันลิ้นของตัวเองเข้าไปอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เขาควานหาความหอมหวานในโพรงปากอย่างบ้าคลั่งราวกับปลาที่เวียนว่ายไม่รู้เหนื่อย ในขณะที่มือหนาคว้าจับหน้าอกอวบอิ่มไปพร้อมกัน ทันใดนั้น ชีพจรที่ต้นคอของเขาก็เต้นแรงขึ้น

“อา… … .”

มินกยองส่งเสียงครางพลางวางมือลงบนกระดูกไหปลาร้าของเขา ในตอนนี้เองที่อิซอบเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยังสวมเสื้อผ้าอยู่ครบ เขาจึงดันมือของมินกยองออก

“บ้าฉิบ ฉันเสียสติไปแล้ว”

ต่างจากตอนที่เขาถอดเสื้อผ้าของเธอ อิซอบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกด้วยท่าทางประหม่า ทิ้งช่วงให้มินกยองยกมือขึ้นเพื่อปกปิดใบหน้าที่แดงซ่าน แต่ไม่นานหลังจากนั้น อิซอบก็ดึงมือของเธอให้แยกจากกัน

“ผมไม่คิดว่าร่างกายของตัวเองน่าเกลียดจนทนดูไม่ได้”

มันเป็นร่างกายที่เธอเคยเห็นมาก่อน แต่คราวนี้กลับทำให้รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

“นี่มันไม่ถูกต้อง”

ทันทีที่เธอลดสายตาลง แขนของเธอก็เข้ามาช้อนอยู่ใต้เข่าจากนั้นอิซอบก็ยกอุ้มมินกยองขึ้น

ร้ายกาจ! มินกยองร้องกรี๊ดพลางกอดคออิซอบโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มยิ้มพลางก้าวเดินเข้าสู่ห้องนอนด้านใน

“ฉันคงจะหนักมาก……”

“ใช่ คุณหนักมาก ผมกำลังจะโยนทิ้งพอดี”

ชายหนุ่มเดินไปที่หน้าเตียงแล้วทำท่าราวกับว่าเขาจะโยนเธอทิ้งจริงๆ มินกยองหลับตาลงอย่างหวาดๆ ไม่นาน แผ่นหลังของเธอก็สัมผัสเข้ากับผ้าปูที่นอนที่เรียบลื่นและเย็นนิดๆ เขาไม่ได้โยนเธอ! แต่กลับอุ้มเธอขึ้นมาวางบนเตียงก่อนจะทาบทับตามลงมา

“ไหนบอกว่าจะโยนทิ้ง?”

“อืม ที่จริงคุณหนักนะ”

“คังมินกยอง คุณไม่รู้จักตัวเองจริงๆ”

“อะไร?”

มือใหญ่เคล้นคลึงหน้าอกทั้งสอง ก่อนจะโฟกัสไปที่ปลายยอดที่ตั้งแข็ง มินกยองได้แต่พยายามกลั้นเสียงครางไม่ให้หลุดออกมา

“บอกฉันหน่อยสิ?”

อิซอบใช้วงแขนโอบรัดร่างของมินกยอง จนร่างบางหายเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทั้งตัว นี่ก็คือความแตกต่างของ ‘ขนาด’ ที่เขากำลังพูดถึง

“ว่า..”

เสียงของมินกยองที่เปล่งออกมาช่างกระท่อนกระแท่น บางทีอาจเป็นเพราะน้ำหนักของชายร่างใหญ่ที่กดทับและครอบครองทั้งร่างของเธออยู่ ทุกครั้งที่มินกยองขยับดิ้นไปมาราวกับสัตว์ตัวเล็ก ผิวหนังอันอุ่นร้อนของพวกเขาก็บดเบียดเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหล่ตรง หน้าอกกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และหน้าท้องที่กระชับแน่นไปด้วยซิกแพ็ค เสียดสีเข้ากับร่างกายอันอ่อนนุ่มของมินกยองไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะส่วนตรงกลางหน้าท้องส่วนล่างของอิซอบที่ในตอนนี้ทั้งร้อนและแข็ง! เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกหลอมละลาย

ขณะที่มินกยองพยายามดิ้นรนออกจากการกอดรัด อิซอบก็ขยับเปลี่ยนท่าพลางพลิกตัวของเธออย่างง่ายดาย ชายหนุ่มพูดพร้อมใช้ริมฝีปากดูดเม้มไปที่ดั้งจมูก ลามเลียไปถึงพวงแก้มของเธออย่างเย้าแหย่

“คุณน่ะตัวเล็กแล้วก็น่ารักจะตาย”

“อะไรนะ ไม่จริงซักหน่อย”

มินกยองเบิกตากว้าง ให้ตายเถอะเธอไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลย เขาต้องพูดเล่นแน่ๆ

“ก็นี่ไง” อิซอบยังคงพรมจูบไปทั่วใบหน้า เรื่อยมาจนถึงหน้าผาก

“แม้แต่ตอนนี้คุณก็ยังทำท่าน่ารัก”

“ฉันไม่เคยทำแบบนั้นสักหน่อย”

มินกยองตอบแก้เก้อพร้อมจับไปที่หลังหูของตัวเอง ทว่า เรียวลิ้นของอิซอบได้ชอนไชเข้าไปในหูเล็กทำให้เธอต้องรีบยกมือขึ้นปิด จากนั้นเขาก็ขบเม้มกระดูกไหปลาร้าของเธอแทน ในตอนนี้ร่างของมินกยองกระตุกเกร็งด้วยความรู้สึกที่แล่นไปทั่ว มือของเธอยันไปที่แผงอกของชายหนุ่ม คราวนี้เขาผละจากไหปลาร้ามาดูดเลียที่ท้ายทอยและต้นคอของเธอแทน

มินคยองกำลังเกาหลังหูของเธอ แต่ลิ้นที่เจาะเข้าไปในช่องหูของเธอทำให้มินคยองโค้งคอของเธอ ขณะที่ฉันเอามือปิดหู เขาก็กัดฉันที่ใต้กระดูกไหปลาร้า ร่างกายของมินคยองกระตุก มือของเขาแตะขอบหน้าอกของเขาเบาๆ ฉันยกหน้าอกของเขาขึ้นแล้วเอียงคอของเขาไปข้างหลัง และคราวนี้ฉันก็เลียที่ท้ายทอยของเขายาวๆ

“คอก็ยาว หัวไหล่ก็ตั้งตรง แม้แต่กระดูกไหปลาร้าก็ได้รูป”

พูดพลางกัดไปที่ต้นคอของเธอเบาๆ มินกยองปล่อยเสียงครางออกมาอย่างไม่อาจห้าม ในตอนนี้อิซอบทั้งขบเม้มและดูดเลียส่วนต่างๆ ของมินกยองราวกับกำลังสำรวจ ตั้งแต่ใบหู ต้นคอ ตามมาด้วยไหปลาร้า เขาสาละวนเลียตรงส่วนที่เป็นแอ่งเนิ่นนาน

“อ๊า”

“แม้แต่เสียงก็ยังน่าฟังเลย”

มินกยองเก็บเสียงตัวเองทันที ฝ่ามือของอิซอบปัดผ่านช่วงเอวของเธอ มันเป็นมือที่ดูเรียบเนียนละเอียดอ่อน ในขณะเดียวกันก็มีส่วนที่ให้ความรู้สึกหนา และกร้านนิดๆ ในตอนนี้ราวกับประสาทสัมผัสของเธออ่อนไหวต่อทุกสัมผัสไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน

สัมผัสนั้นทำให้ร่างงามสะดุ้ง เธอพยายามพลิกตัวหันข้างให้เขาเพื่อซ่อนสีหน้าเขินอาย แต่อิซอบไม่ปล่อยให้เธอหนีไปได้ เขาคว้าตัวเธอแล้วพลักร่างบางให้แหงนหงาย ก่อนจะใช้มือหนาเคล้นคลึงไปที่ทรวงอกอิ่ม

ด้วยน้ำหนักมือที่แรงกว่าปกติและการบีบเคล้นอย่างพลุ่งพล่านทำให้มินกยองมีสีหน้าเจ็บปวด อิซอบที่ไม่ละสายตาไปจากเธอจึงผ่อนน้ำหนักมือลง ในตอนนี้ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม ส่วนลมหายใจก็หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชายหนุ่มใช้มือจัดการกับบราไปได้ครึ่งทาง เขาก็ได้เห็นทรวดทรงอันงดงามพร้อมปลายยอดที่ชูชันผ่านผ้าลูกไม้

“ฮ้า หน้าอกของคุณก็ทั้งใหญ่และสวยจะตาย”

อิซอบกดศีรษะลงกับทรวงอกนุ่ม เขาอ้าปากดูดกลืนปลายยอดที่แข็งนั้นผ่านผ้าลูกไม้

“อ๊า”

มินกยองกำผ้าปูที่นอนไว้แน่นในตอนนี้เธอถูกกระตุ้นเร้าจนเสียวซ่านไปหมด

“เพราะแบบนี้ผมถึงได้หลงรักคุณ”

อะไรนะ? มินกยองหรี่ตาชั่วครู่ ก่อนจะร้องครางขึ้นเมื่ออิซอบใช้ลิ้นและฟันจัดการกับทรวงอกของเธอ เสียงลมหายใจถี่กระชั้น เสียงครางต่ำจากลำคอของเขา รวมถึงความแข็งขืนใต้สะดือที่เธอรับรู้ได้แม้จะยังไม่ได้สัมผัสมันโดยตรง ทุกอย่างส่งให้ทั้งสองร้อนรุ่มยิ่งขึ้น

หลังขบเม้ม ดูดเลียและแอบกัดทรวงอกของมินกยองได้สักพัก อิซอบก็ถอดบราลูกไม้ของเธอทิ้งไป ราวกับไม่อยากจะทนเห็นพวกมันมาขวางกั้นเขาอีก มินกยองยกมือข้างที่เป็นอิสระขึ้นปิดหน้าอกเปลือยเปล่าทันที อิซอบจึงใช้มือข้างหนึ่งยกมือที่พยายามปิดป้องทรวงอกของมินกยองออก ในขณะเดียวกันก็ใช้มืออีกข้างบีบเคล้นและลูบไล้ทรวงอกที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำลายของเขา ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสผ่านจุดเซ้นสิทีฟ ร่างของมินกยองก็เด้งโค้งขึ้นอย่างสวยงาม ส่วนอกเปลือยอีกข้างนั้น อิซอบใช้ริมฝีปากของเขากลืนกินมันอย่างหิวโหย ในตอนนี้มินกยองที่ไม่รู้จะปัดป้องทางไหนได้ปัดผ่านไปที่หัวเข่าของชายหนุ่มซึ่งสอดเข้ามาอยู่ระหว่างขาของเธอ ทว่าการทำแบบนี้กลับให้ผลตรงกันข้ามเพราะมือของเธอเลื่อนปัดไปโดนส่วนที่ฮึกเหิมของอิซอบ

อิซอบถอดชั้นในที่เป็นปราการด่านสุดท้ายทิ้งไปทันทีก่อนจะทาบทับร่างใหญ่ลงบนร่างของมินกยอง เขาจูบเธออย่างดูดดื่มก่อนจะใช้มือประคองใบหน้าเล็ก ให้ดวงตาที่เรื่อไปด้วยสีแดงของเธอจ้องสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของเขา

“ผมทนไม่ไหวแล้ว” ตอนนี้เขามาถึงขีดจำกัดแล้ว

อิซอบพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ซองถุงยางอนามัยถูกแกะและร่วงหล่นลงตรงหน้ามินกยองก่อนที่ชายหนุ่มจะสวมใส่สิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว มินกยองได้แต่มองภาพนั้นพลันกลั้นหายใจ

ใส่อย่างนี้นี่เอง…

“ไม่ เอ่อ…..”

มินกยองที่พยายามยกร่างท่อนบนขึ้น ถูกอิซอบกดร่างลงไปบนเตียงอีกครั้งอย่างหนาแน่น ในตอนนี้เรียวขาของเธอถูกเขาแยกให้กว้างออก

ความปรารถนาอันแรงกล้าและใหญ่โตของอิซอบช่างดูแตกต่างจากใบหน้าที่งดงามราวเจ้าชายจากเทพนิยายของเขาเหลือเกิน

“ไม่ ฉันทำไม่ได้”

มินกยองส่ายหน้าด้วยความตระหนก

“คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

อิซอบขมวดคิ้วก่อนจะดันแกนกลางเข้าสู่ร่างของมินกยองโดยไม่สนว่าเธอจะขอให้เขาหยุด ในตอนนี้มินกยองที่รู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดแสนทำได้เพียงจิกนิ้วเข้ากับหัวไหล่ของชายหนุ่ม เธอรู้สึกหน้ามืดตาลายและหายใจติดขัดขึ้นทุกที

“อา… … !”

เกือบจะพร้อมกัน มีเสียงครางดังออกมาจากปากของทั้งสอง

อิซอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างยากลำบากพลางมองไปที่มินกยองที่อยู่ใต้ร่าง เขาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะพูดขึ้น

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้”

อะไร… … ?

มินกยองที่สงสัยในความหมายของชายหนุ่มอยากจะเอ่ยถาม ติดเพียงแต่ว่าเธอไม่สามารถอ้าปากพูดอะไรออกมาได้ เพราะหากเธออ้าปากในตอนนี้คงทำได้เพียงกรีดร้องออกมาเท่านั้น

“ให้ตายเถอะ ผมรู้สึกเหมือนฉันกำลังจะตาย”

อิซอบกัดฟันก่อนจะดันความใหญ่โตเข้าไปด้านในอย่างยากลำบาก ในขณะที่มินกยองทำได้เพียงหอบหายใจด้วยความเจ็บปวด

“อีกนิดนะ คังมินกยอง”

อิซอบก้มศีรษะลงพลางกดจูบไปที่ต้นคอของมินกยอง เส้นผมนุ่มลื่นของเขาป่ายแปะใบหน้าจนเธอรู้สึกจั๊กกะจี๋ มินกยองไม่รู้ว่าตัวเองควรต้องทำอะไรจึงยกมือขึ้นโอบไหล่ของเขา ในตอนนี้แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ หญิงสาวจึงค่อยๆ ไล่นิ้วไต่ไปตามกล้ามเนื้ออันสวยงามของเขา ร่างของอิซอบกระตุกก่อนจะหายใจอย่างหนักหน่วงมากขึ้น ชายหนุ่มยังดุนดันความปรารถนาของตนเองเข้าสู่ช่องทางรักของหญิงสาว ในขณะที่ริมฝีปากก็ดูดเลียไปทั่วทั้งต้นคอและไหปลาร้าของเธอ

เพราะความรู้สึกที่มากล้นทำให้มินกยองเผลอจิกเล็บเข้าไปที่แผ่นหลังของเขา นั่นทำให้เธอต้องรีบวางมือลงมาขยุ้มผ้าปูที่นอนแทนเพราะกลัวว่าเขาจะเจ็บ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาคว้ามือของเธอให้กลับมาโอบรอบไหล่ของตัวเองไว้

“ยกมือขึ้น”

“กอดผมไว้”

ความรู้สึกเสียวซ่านจนเกือบจะระเบิดฉายอยู่บนดวงตาของอิซอบ เขาตรึงร่างของมินกยองไว้แน่นก่อนจะดันตัวเองเข้าสุดในคราวเดียว เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังลั่นขึ้นอย่างลามก

ฉันจะไม่ทำมันอีก

มินกยองกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด เธอขยุ้มผ้าปูที่นอนอย่างแรง ในขณะที่อิซอบดุนดันเข้ามาแรงๆ อีกครั้ง

“คุณชอบผ้าห่มขนาดนั้นเลยเหรอ?”

พูดพลางวางมือบนหน้าท้องส่วนล่างของเธอ และลูบไล้ร่างกายของเธออย่างรักใคร่ ในตอนนี้ภายในช่องทางรักของเธอกระตุกสั่นไปหมด

“ตอนคุณจะกลับเอาผ้าห่มกลับไปด้วยก็ได้นะ ผมยกให้”

มินกยองเหม็นขี้หน้าคนปากร้ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เคยกระตุ้นอารมณ์ของเธอได้มากขนาดนี้มาก่อน หญิงสาวจึงใช้มือที่ขยำผ้าปูที่นอนขึ้นตีหน้าอกของชายหนุ่มจนขึ้นรอยแดง

“ทำไม ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้!”

“อืม ผมมันแย่”

พูดทั้งๆ ที่ภายในร่างของมินกยองในตอนนี้ มีความเป็นชายที่ขยายใหญ่กว่าเดิมของเขาสอดใส่อยู่ อิซอบขยับสะโพกต่อไปในขณะที่ดวงตามองจ้องมินกยองที่ได้แต่นอนหอบหายใจ

“คังมินกยองคนฉลาดไม่รู้เหรอ? ว่าผมเป็นคนนิสัยไม่ดี”

ในตอนนี้มินกยองทำได้เพียงกรีดร้องและข่วนเขาจนเป็นรอย เมื่อเธอมองเห็นแผลบนแผงอกขาวก็น้ำตาไหลอย่างไม่อาจกลั้น

“ทำไมล่ะ เสียใจเรื่องอะไรเหรอ”

เขาใช้นิ้วเกลี่ยซับน้ำตาให้เธอแผ่วเบา

“เพราะคุณไม่อยากทำต่อเหรอ? อยากจะหยุด?”

มินกยองยังคงร้องไห้แผ่วเบา เธอใช้นิ้วลูบไปที่รอยข่วนบนหน้าอกของเขา

นอกจากแผลที่หลังแล้ว ในตอนนี้ยังมีแผลที่อกอีก แค่ปลดกระดุมเสื้อคนก็จะเห็นพวกมันสินะ ยิ่งพรุ่งนี้เขามีนัดที่สปาในตอนเช้าอีก

อิซอบมองปฏิกิริยาของมินกยองพร้อมอมยิ้ม เขาก้มหน้าลงดูดดึงไปที่ไหปลาร้าของมินกยองอย่างแรงเพื่อให้เกิดรอยจูบ

“อย่า อย่าทำ…นี่มัน”

มินกยองอดที่จะตบตีเขาไม่ได้จริงๆ

“คังมินกยอง คุณทั้งทุบตีและข่วนผมด้วยนะ”

พูดจบก็ใช้ริมฝีปาก ฟัน และลิ้น เข้าดูด เม้ม และกัดทรวงอกอิ่มของมินกยองอีกครั้ง ในตอนนี้เหมือนมีกระแสไฟไหลผ่านทุกจุดที่อิซอบสัมผัสเธอ ความรู้สึกนั้นมากล้นจนต้องหาทางระบายออก

มินกยองยกหลังมือตัวเองขึ้นพลางกัดลงไปอย่างแรง อิซอบที่มองเห็นรีบคว้าข้อมือบางเอาไว้

“กัดผมแทน”

อิซอบสอดนิ้วเข้าไปในปากของมินกยองเพื่อให้เธอกัดเขา มินกยองส่ายหน้า ไม่ว่าเธอจะรู้สึกมากแค่ไหนก็กัดเขาไม่ได้ ชายหนุ่มเริ่มชักนิ้วเข้าและออกจากริมฝีปากงาม ในที่สุดมินกยองที่ไม่อาจทานทนต่อความเสียวซ่านได้ไหวจึงกัดลงไปที่นิ้วของเขา นั่นทำให้อิซอบยิ้มออกมา

“ดีแล้ว กัดเถอะตรงไหนก็ได้”

มินกยองที่กำลังถูกก่อกวนหนักได้แต่พ่นลมหายใจออกมา ใบหน้าของเธอเป็นสีแดงก่ำ ในขณะที่อิซอบพูดประโยคน่าอายออกมาอีกรอบ

“ผมจะเป็นบ้าอยู่แล้วคุณรู้มั้ย นี่ นี่เหมือนคุณกำลังกลืนกินผมอยู่เลย”

เพราะความรู้สึกซ่านเสียวส่งให้มินกยองเปล่งเสียงครางออกจากลำคอ สองขางามบีบเข้าหากันแน่นจนเหมือนกำลังกอดรัดสะโพกสอบของอิซอบ นั่นยิ่งทำให้เขาแทบคลั่งตาย ชายหนุ่มยิ่งขยับเคลื่อนช่วงล่างเร็วขึ้น แม้ว่าเขาต้องการทำมันช้าๆ แต่ดูเหมือนร่างกายส่วนล่างจะไม่ยอมเชื่อฟัง

มือหนาที่กอบกุมความอิ่มอวบยิ่งเคล้นคลึงแรงขึ้นตามอารมณ์ มินกยองที่รู้สึกเสียวซ่านไม่แพ้กันได้แต่บิดส่ายร่างกายอย่างไม่อาจต้าน ชายหนุ่มขอร้องให้เธออยู่นิ่งๆ เขาไม่อยากเห็นเธอเจ็บ แต่มินกยองกำลังเจ็บปวด

เธอไม่รู้เหมือนกันว่าส่วนบนหรือส่วนล่างเจ็บกว่ากันในตอนนี้ รู้เพียงช่วงล่างของเธอบีบรัดเขาแนบแน่นจนเป็นเรื่องยากที่จะขยับขับเคลื่อน แต่เขาก็ยังขยับไม่หยุด

หยาดน้ำตาไหลลงอาบแก้ม อิซอบจูบซับน้ำตานั้น ก่อนจะดูดเลียและกัดแทะติ่งหูนุ่มนิ่มของเธอไปพร้อมกัน แกนกลางที่ถูกบีบรัดอย่างหนักทำให้เขาแทบคลั่ง สุดท้าย ชายหนุ่มก็เปล่งเสียงครางเข้มข้น ร่างใหญ่ของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาไม่ลืมที่จะจูบซับและเลียน้ำตาของมินกยองที่ยังคงไหลไม่หยุด

“ผมขอโทษ”

อิซอบเชยคางมินกยองขึ้นเพื่อให้เธอสบตาเขา ก่อนจะเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ  แม้จะอยากหยุดแต่เขาไม่สามารถต้านทานความต้องการที่มากล้นได้ เขาหยุดไม่ได้จริงๆ และพ่ายแพ้ให้กับความต้องการอย่างหมดท่า แม้เธอจะเจ็บปวดแต่เขากลับเคลื่อนกายสอดใส่ไม่หยุด เขาเร่งเครื่องจนในที่สุดก็ไปถึง ในจังหวะแห่งความสุขสมขั้นสุดยอด อิซอบบดจูบริมฝีปากของมินกยองอย่างรุนแรง เสียงครางด้วยความสุขสมของเขาถูกกลืนหายไปในริมฝีปากของหญิงสาวจนหมดสิ้น

มันเป็นความรู้สึกที่เข้มข้นและบ้าคลั่งที่อิซอบไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต เขาไม่เคยรู้เลยว่า เมื่อหลอมละลายตัวตนและความต้องการทุกๆ อย่างเข้าด้วยกัน จะก่อเกิดเป็นความสุขที่ลืมโลกได้ขนาดนี้ มันทั้งน่าตื่นเต้น เร้าใจ คล้ายคลื่นที่พร้อมกวาดกลืนให้ตัวตนของผู้คนเลือนหายเหลือไว้เพียงความสุขอันยากจะเปรียบ

ให้ตายเถอะ นี่เขาใช้ชีวิตมาได้ยังไงตั้ง 34 ปี โดยไม่รู้จักประสบการณ์นี้!

ร่างกายของชายหนุ่มยังคงสั่นสะท้านด้วยความสุขสม เขากระชับอ้อมกอดหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างอย่างรักใคร่

นี่เขาทำรุนแรงกับเธอมากไปหรือเปล่านะ?

ในตอนนี้ใบหน้าของมินกยองเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและเหงื่อ ชายหนุ่มใช้เรียวนิ้วเขี่ยปัดปอยผมที่ปรกหน้า พลางเช็ดคราบน้ำตาแผ่วเบา เขาพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังทำเธอเจ็บอยู่ดี ให้ตายเถอะ! เขาไม่คิดเลยว่ามันจะต้องเจ็บปวดขนาดนี้

“ผม..ทำตัวป่าเถื่อนเกินไปหรือเปล่า?”

หญิงสาวเบิกตากว้าง ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น จากนั้นก็ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

“เจ็บมากมั้ย?”

“มาก”

เมื่อพูดคำนั้นออกมา มินกยองก็มองตอบเขาด้วยสายตาขุ่นๆ

อิซอบที่รู้ความผิดของตัวเองดีได้แต่เอ่ยแก้เก้อ เขาบอกเธอว่าครั้งนี้เป็นเพราะเขาตื่นเต้นเกินไปก็เลยทำได้ไม่ดี เอาไว้ครั้งหน้าเขาจะให้เวลาเธอมากกว่านี้ จะค่อยๆ ทำ และ…

ยังไม่ทันพูดจบ มินกยองก็ส่ายหน้าขึ้นอีกครั้ง มันเป็นภาษากายที่ทำให้อิซอบสับสน จะไม่ยอมให้ทำอีกแล้วเหรอ? หรือว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีก?

เขารู้ว่าตัวเองอาจจะเงอะงะไปบ้าง รู้ว่าอาจจะไม่ได้เล้าโลมเธอให้ดีพอ ความหวาดกลัวแล่นเข้าสู่สมองของชายหนุ่มอย่างเฉียบพลัน มินกยองยังคงมองเขาด้วยแววตาเอาเรื่อง จะทำยังไงดี? ถึงจะเปลี่ยนใจเธอได้ อิซอบคิดอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยขอโทษอีกครั้ง

“ผมขอโทษ ผมพยายามแล้วที่จะไม่รุนแรง แต่ว่า…”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น” มินกยองกลับพูดขัดขึ้น

“แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน?”

“คุณ เอ่อ ใหญ่เกินไป”

อะไรนะ? อิซอบอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

ปัญหาคือ เขาใหญ่เกินไปอย่างนั้นเหรอ?

“เราเข้ากันไม่ได้ในเรื่องนี้” มินกยองพูดขึ้นอย่างฉะฉาน

“ฉันรู้ว่าคุณพยายามที่จะอ่อนโยนแล้ว” พูดพลางหลุบตาลงด้านล่าง

“ขอบคุณนะคะ”

อะไรกัน นี่มันใช่เวลามาขอบคุณหรือเปล่า? อิซอบหลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ส่งให้มินกยองที่หน้าแดงอยู่แล้วยิ่งแดงเข้าไปใหญ่ เธอเบนหน้าหนีเขาพลางสไลด์ตัวลงจากเตียง

“คุณเลยจะทิ้งผมเพราะว่าผมใหญ่เกินไป?”

พูดพลางมองไปที่น้องชายตัวเอง เขาลุกขึ้นจากเตียงด้วยร่างเปลือยเปล่าในขณะที่มินกยองนั้นสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย

“ฉันกลับก่อนนะคะ”

“ขอบคุณสำหรับมื้อเย็น ฉันชอบมันมาก และ…”

ในขณะที่มินกยองกำลังพูด อิซอบก็ปราดเข้ามาประชิดร่างของเธอ เขาไม่อยากได้ยินเธอพูดถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของเขาที่เพิ่งทำต่อเธอ

“เป็นเพราะผมไม่เก่ง คุณก็เลยไม่มีความสุข…”

ในตอนนี้ชายหนุ่มดูเคร่งเครียดและซึมลงอย่างเห็นได้ชัด มินกยองที่เอามือลูบผมเขาไปพลาง จึงตัดสินใจเอ่ยคำพูดอย่างระมัดระวังพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่นะ ฉันคิดว่าคุณเพอร์เฟคแล้วล่ะ”

สิ้นเสียงของหญิงสาว ชายหนุ่มก็ไม่รั้งรอที่จะดึงตัวเธอเข้ามาแนบอก มินกยองรู้ว่าหากไม่ขัดขืนมีหวังเขาได้กดเธอลงบนเตียงอีกครั้งแน่ เธอจึงหยุดเขาด้วยจูบแผ่วเบา ก่อนจะผละจาก

“ฉันต้องไปแล้ว”

อิซอบกัดฟันแน่น แค่เห็นเธอยิ้มหวานให้เขาก็ทำให้ช่วงล่างเริ่มพองโตขึ้นอีกครั้งแล้ว ไม่สิ มันเริ่มขยายตัวตั้งแต่ที่เขาได้สัมผัสร่างของเธอเมื่อกี๊นี้ ชายหนุ่มจึงรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมส่วนล่างที่น่าอับอายโดยด่วนแต่กลับทำมันหลุดมือลงไปกองที่พื้น มินกยองจึงได้เห็นความฮึกเหิมใหญ่โตนั้นเต็มตา เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความรู้สึกหวั่นเกรง ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตาเธออยู่เลย

“มินกยอง”

อิซอบมองสบตามินกยอง พลางเอ่ยต่อ

“คุณน่าจะเอาผ้าห่มกลับไปด้วยนะ”

“คุณซักมันให้ฉันก่อน” มินกยองพูดพลางมองไปที่ผ้าห่มบนพื้น ก่อนหันหลังเดินไปที่ประตูห้องนอน ทว่าอิซอบที่โผร่างใหญ่โตไปถึงก่อนได้เข้าขวางไว้ไม่ให้เธอเปิดประตูห้องนอนออกไปได้ เขาโถมตัวเข้าทาบทับร่างของหญิงสาว กักเธอไว้ในวงแขนแกร่ง

“มาทำกันอีกครั้งเถอะ”

“ว่าไงนะ?”

“คราวนี้ผมจะตั้งใจทำให้ดี”

“คุณตั้งใจพอแล้ว ไม่ต้องหรอก…”

“ดูนี่สิ” อิซอบเอ่ยอย่างกระสับกระส่าย ในตอนนี้แม้แต่ลมหายใจเบาๆ ของมินกยองที่เป่ารดหน้าอกเปลือยเปล่าของเขาก็ทำให้รู้สึกแทบบ้า ความต้องการพุ่งพล่านขึ้นอีกรอบอย่างไม่อาจห้ามได้ ทว่า มินกยองในตอนนี้ได้กลับไปเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสาวสุดเฮี้ยบอีกครั้ง
“ตอนนี้?”

“ผมรู้สึกไม่ดีเลย ที่จะให้คุณกลับไปแบบนี้ คุณไม่รู้สึกแบบเดียวกันเหรอมินกยอง?” อิซอบถามเสียงอ่อน สีหน้าส่อเค้าความเจ็บปวด

“มัน…ยังเจ็บ” และเธออยากกลับไปพัก

สุดท้ายอิซอบก็ปล่อยวงแขนที่กักขังเธอออกอย่างยอมจำนน

“ให้ผมไปส่งคุณนะ”

“ไม่เป็นไร เอ่อ คุณจะ..เดินยังไง?” พูดพลางมองไปที่ร่างของเขาอย่างประดักประเดิด

อิซอบอยากกัดลิ้นตัวเองด้วยความอาย ใบหน้าของเขาแดงจัด จิตใจอย่างตะโกนร้องแต่ทำได้เพียงกัดริมฝีปาก

“ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่อยากไปส่ง งั้นฉันไปก่อนนะ”

หลังเสียงประตูปิดลง อิซอบที่ไม่สามารถทานทนได้ไหวจึงล้มตัวนั่งลงบนเตียงกว้าง เขามองไปยังความเป็นชายที่ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าอย่างจนด้วยคำพูด ก่อนจะตวัดคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างพร้อมทิ้งตัวลงกับเตียง

………………………………………………………………………..

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2564 ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อเขียนนี้ รวมถึงการทำซ้ำ แก้ไข รวมเล่ม สแกน ถ่ายรูป แปลเป็นภาษาอื่น จัดพิมพ์ หรือกระทำการใดเพื่อนำออกเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเด็ดขาด

ใส่ความเห็น