The Way to Protect the Female Lead’s Older Brother
[คำเตือน เนื้อหานี้ Rate 18+]
………………………………..
ทันทีที่ร่างของแคสซิสและร็อกซานาผ่านประตูเข้าไปยังห้องนอน หลังเสียงประตูปิดลงเธอก็จูบที่คางของเขาแผ่วเบาราวขนนกปัดผ่าน มันเหมือนการทักทายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากนกตัวเล็กๆ ที่น่ารัก ทว่าแคสซิสตอบสนองด้วยริมฝีปากที่จู่โจมและกลืนกินกลีบปากแดงอย่างเร่งร้อน เสียงของลิ้นที่พัวพันกันอยู่ในโพรงปากเหมือนจะดังก้องอยู่ในหูผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกที่สอดรับกันอย่างเร่งเร้า ความร้อนที่แผ่ซ่านจากจุดที่ทั้งสองสัมผัสกันแผ่กระจายไปทั่วร่าง และพริบตานั้นเองร็อกซานาก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่มโดยมีร่างของแคสซิสโถมตามไปไม่ห่าง
“อืมม”
ร็อกซานาส่งเสียงครางแผ่วเบาราวกับเสียงครางของแมว ลำแขนเรียววาดโค้งไปที่ลาดไหล่แกร่ง ก่อนที่มือนุ่มเนียนจะเคลื่อนไปสัมผัสแผ่นหลัง แขนของแคสซิสที่โอบรอบเอวบางยิ่งรัดกระชับแน่นขึ้น ความปรารถนาอันรุนแรงที่เขาต้องสะกดกลั้นไว้ตลอดมาราวกับม้าที่ถูกคนดึงรั้งสายบังเหียนเอาไว้ บัดนี้ได้ถูกปลดพันธนาการเสียสิ้นแล้ว เมื่อชุดที่ปิดบังลำคอระหงถูกเลื่อนออกไป ริมฝีปากของเขาก็เคลื่อนที่เข้าไปดูดดึงต้นคอขาวนั้นอย่างหิวกระหาย เสียงครางแว่วหวานลอยเข้าหูของเขาเป็นระยะ มันทั้งหวานและหอม ใช่แล้วกลิ่นกายของเธอนั้นหอมจนมอมเมาเขาได้สิ้น ลิ้นร้ายและริมฝีปากดูดดึงทิ้งรอยแดงไว้ที่ลำคอขาวผ่อง ข้างๆ ร่องรอยจางที่เขาทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ ริมฝีปากร้อนยังคงทำงานอย่างหนักมันเคลื่อนผ่านกระดูกไหปลาร้างามแล้วค่อยๆ ไล่ต่ำลงมา มือใหญ่ของเขาเคล้นคลึงเนินอกนุ่มอันสมบูรณ์แบบด้วยความหลงใหล
“อา แคสซิส…..”
ราวกับจะยั่วยวนเขาให้คลั่งตาย เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงราวพรายกระซิบ มันทั้งเร่าร้อนและอ่อนหวาน แคสซิสที่กำลังดื่มกินความหวานจากยอดเนินยิ่งกระหายลึกซึ้ง มือเรียวที่ไม่รู้ว่าผลักหรือดึงจับผมของเขาไว้แน่น
“เรามาคุยเรื่องที่พูดค้างไว้ก่อนหน้านี้ดีมั้ย”
แคสซิสเลื่อนมือลงไปที่สะโพกเขาดึงชุดที่เหลือออกจากร่างแบบบาง เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวผ่องนวลเนียน
“คุณบอกว่าผมเป็นของคุณ?”
ร็อกซานาที่นอนเปลือยเปล่า ผมสีทองเงางามของเธอสยายไปบนผ้าปูที่นอนสีขาวและบังบางส่วนของร่างงามทั้งเปิดเผยทั้งปิดบัง งามจนยากจะจินตนาการได้ ดวงตาสีแดงเปล่งประกายเร่าร้อนมองสบกับดวงตาของเขาจากเบื้องล่าง
“ใช่ คุณเป็นของฉัน”
เสียงกระซิบหวานแต่มั่นคงดังเข้าสู่หูของแคสซิสอย่างชัดเจน มันแจ่มชัดและหนักแน่นราวกับร็อกซานากำลังพูดถึงความจริงหนึ่งเดียวในโลก เธอกลั้นหายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อ
“เป็นของฉันตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว”
ความรู้สึกอันดึ่มด่ำและความพึงพอใจกลืนกินแคสซิสตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเขาได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นจากปากของร็อกซานา
แคสซิสจูบเธออีกครั้ง ในตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้กลายเป็นสัตว์ร้ายอันอ้วนพี นั่นเพราะสิ่งไร้รูปร่างทุกชนิดได้ไหลบ่าเข้ามาท่วมท้นเขา ราวกับดูดกลืนทั้งสองและเติมเต็มทั้งสองในขณะเดียวกัน ในตอนนี้พวกเขากำลังรีดเร้นซึ่งกันและกันโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้กันแม้แต่น้อย ทั้งร็อกซานาและแคสซิส ร่างของพวกเขากอดเกยทับซ้อนกันไม่หยุด ความปรารถนาอันเร้นลับในระดับที่น่าหวาดกลัวได้ถูกดึงออกสู่ภายนอก ทั้งสองหลอมละลายในกันและกัน ทั้งยุ่งเหยิงและพัวพัน ทั้งอ่อนหวานและเร่งเร้า ตั้งแต่หัวจรดเท้าสิ่งที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างคนสองคนราวกับจะหายไปสิ้น และร่างทั้งสองที่เคลื่อนไหวแนบสนิทติดต่อกันก็ราวกับเป็นโลกทั้งใบของกันและกัน ไม่มีโลกอื่น ไม่มีคนอื่น ไม่มีสิ่งอื่นให้ต้องคิดหรือสนใจอีก
ในตอนนี้มีเพียงการเคลื่อนขยับเพื่อเติมเต็ม บางทีอาจจะเรียกสิ่งนี้ว่าการเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก
แคสซิสและร็อกซานาปล่อยให้ร่างกายหลอมรวมไปกับความต้องการครั้งแล้วครั้งเล่า
อา……
ถ้าโลกจะพินาศไปในตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรต้องเสียดายแม้แต่น้อย
………………………………………………..
ภายในห้องถูกห่มคลุมด้วยความมืดมิด
เสียงของริมฝีปากเปียกชื้นที่บดเบียดกันยังคงดังต่อเนื่อง ลิ้นนุ่มพัวพันกันไม่หยุดทำให้เจ้าของร่างส่งเสียงครางอย่างเร่าร้อนและพึงพอใจ มือของร็อกซานาสอดอยู่ระหว่างเส้นผมสีเงินเงางามของแคสซิส ในขณะที่ร่างทั้งสองยังคงพัวพันกันบนเตียงตั้งแต่กลางวันจนตอนนี้เข้าสู่ยามค่ำแล้ว ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ชั่วโมงและไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่เธอและเขาไปถึงจุดสุดยอด แต่ดูเหมือนพายุอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นจะยังดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
รู้ตัวอีกที ดวงอาทิตย์ของวันใหม่ก็โผล่พ้นขอบฟ้าจนลอยเด่นอยู่ตรงนั้นแล้ว ทั้งสองร่วมรักกันยาวนานจนลืมเลือนเวลาไปสิ้น กระทั่งแขนของร็อกซานาที่อยู่บนหลังของแคสซิสเลื่อนตกลงมา การเคลื่อนไหวของเขาจึงหยุดลง แน่นอนว่าในตอนนี้บนร่างของทั้งสองไม่เหลือเสื้อผ้าอยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เมื่อแคสซิสใช้แขนพยุงร่างของร็อกซานาขึ้นมา แผงอกแกร่งเต็มด้วยกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบของเขาก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนพร้อมร่องรอยจูบและกัดที่ร็อกซานาทิ้งเอาไว้ไล่ตั้งแต่คอลงมา แต่หากเทียบกันแล้ว ทั่วร่างของร็อกซานาดูจะมีร่องรอยที่เขาทิ้งเอาไว้มากกว่านัก
“…… เหนื่อยแล้ว?”
เสียงทุ้มนุ่มดังเข้าหูร็อกซานาในขณะที่สายตาของคนพูดยังจับจ้องมาที่เธอด้วยความร้อนแรง ไม่พูดเปล่า เขาก้มลงฉกฉวยลมหายใจจากริมฝีปากงามอีกครั้ง ก่อนดูดดึงริมฝีปากล่างแล้วปล่อยมันในที่สุด จากนั้นเขาก็หันไปไล้เลียติ่งหูนิ่มที่แสนน่ารักของเธอ พร้อมใช้มือปัดปอยผมที่ยุ่งเหยิง ในขณะที่เขาทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย พลังงานบริสุทธิ์ก็ถูกถ่ายทอดสู่ร่างกายของร็อกซานาจากทุกจุดที่ร่างกายสัมผัสกัน
แม้จะดูเป็นการกระทำด้วยความห่วงหาอาทร และเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง แต่ร็อกซานาไม่อยากถูกการกระทำอันอ่อนโยนนี้ตบตาอีก นั่นก็เพราะ…หลังจากนั้นเขาก็ใช้มือจับข้อเท้าของเธอ พร้อมฉีกเรียวขางามให้แยกออก…คราวนี้จูบนุ่มนวลอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นการจู่โจม เขาเริ่มดูดดึงซอกคอของเธอหนักๆ
“ยังไงคุณก็จะทำในสิ่งที่คุณต้องการอยู่ดี….แล้วจะถามทำไมว่าเหนื่อยมั้ย… อ๊า”
ร่างบางกระตุกครั้งแล้วครั่งเล่า คลื่นอารมณ์ที่เหมือนจะสงบลงถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง
ที่จริงเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคู่รักของเธอสามารถฟื้นพลังได้อย่างยอดเยี่ยม? ราวกับเหตุการณ์ก่อนหน้าเกิดขึ้นอีกครั้ง ในระหว่างที่เธอคิดถึงความจริงในข้อนี้ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ดังขึ้นเบื้องหน้าเธออย่างอารมณ์ดี
“นั่นก็เป็นเรื่องจริง”
หลังจากนั้นร่างของทั้งสองก็สอดประสานกันแนบแน่นกว่าเดิม และร็อกซานาก็ทำได้เพียงหอบหายใจหนักๆ แม้เธอจะแสดงท่าทางอ่อนล้าราวกับว่าไม่สามารถทำมันต่อไปได้อีก แต่แคสซิสกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขายังคงหาสถานที่ที่จะกระตุ้นอารมณ์ของเธอพบและลงมือปรนเปรออย่างรักใคร่ นั่นทำให้การคร่ำครวญของร็อกซานาเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และคำปฏิเสธก็ไม่เคยออกจากปากของเธอย่างจริงจัง ร็อกซานาได้แต่ตอบโต้แคสซิสด้วยการร้องใส่หูของเขา
“อ๊า…….”
ดวงตาของแคสซิสเบิกกว้างขึ้นเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ความแรงของการกระแทกกระทั้นใส่ร่างที่เริ่มประท้วงกลับไม่ลดลงเลย บัดนี้แคสซิสที่ดูราวกับผู้บำเพ็ญตบะ แคสซิสผู้สูงส่งสง่างาม ราวกับไม่มีอยู่จริง มีเพียงชายหนุ่มที่ตกอยู่ภายใต้ความปรารถนาอันลึกล้ำคนหนึ่ง เขาตอบโต้เธอด้วยจูบอันหนักหน่วงราวกับจะกลืนกินเลือดเนื้อทั้งหมดของเธอ แล้วความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งทะยานก็ทำให้ร็อกซานาถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง คราวนี้เธอหมดแรงโดยสมบูรณ์แล้วจริงๆ แม้แต่จะยกนิ้วขึ้นก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็น เมื่อมองออกไปที่นอกหน้าต่างภาพที่ปรากฏอย่างพร่าเลือนในม่านสายตาของเธอก็คือความมืดที่ราวกับปิดผ้าม่านเอาไว้ เธออยากจะนอนหลับพักโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทว่าดูเหมือนแคสซิสจะยังคงไม่ยินยอมง่ายๆ เขายกข้อเท้าของเธอขึ้นจูบอีกครั้งพลางมองไปยังร่องรอยต่างๆ ที่ทิ้งไว้ทั่วร่างงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเหมือนมีเพียงการสลักร่องรอยของเขาไว้ทั่วตัวเธอเช่นนี้เท่านั้นถึงจะทำให้เขาพอใจ แต่ครั้งนี้ร็อกซานาไม่ยินยอมอย่างแท้จริง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ…..ฉันทำไม่ไหว..อีกแล้ว”
เธอดึงข้อเท้างามออกจากมือและริมฝีปากของแคสซิส แน่นอนว่าในตอนแรกเธอชอบที่เห็นความหลงใหลไม่สิ้นสุดของเขา ชอบที่เขาทำแบบนี้ แต่สุดท้ายเธอจำต้องยกธงขาวก่อน เธอไม่เคยคิดเลยว่าการเผชิญหน้ากับแคสซิสผู้ไร้การควบคุมโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงแค่ไหน นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จริงๆ และเธอก็อดทึ่งกับตัวเองไม่ได้ที่ทนมาจนถึงตอนนี้ได้
เมื่อร็อกซานาใช้มือผลักร่างหนาราวกับจะหยุดยั้งเขา คราวนี้แคสซิสจำต้องยอมทำตามแม้เขาจะรู้สึกเสียใจที่ต้องปล่อยมือจากข้อเท้างามนั้น ดูเหมือนว่าความอดทนอดกลั้นที่เขามีมาโดยตลอดได้ทำให้เขามาถึงจุดที่ไม่สามารถประนีประนอมได้อีกต่อไป มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยในช่วงที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขาได้อุ้มได้โอบกอดเธอ ความต้องการที่สะกดกลั้นไว้ก็ยิ่งพลุ่งพล่านและหนักข้อขึ้น ถึงขนาดที่ว่าเขาอยากจะก้มลงจูบพื้นที่ร็อกซานาเพิ่งทิ้งรอยเท้าไว้ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ความระมัดระวังและควบคุมบังคับที่เขาเพียรพยายามมาตลอดก็เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกว่าเขาต้องการเธอเพราะเรื่องอย่างว่า ยกเว้นไม่กี่ครั้งที่เขาไม่อาจทนไหวและจูบเธอในที่สุด ซึ่งบรรดาเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงก็มีไว้เพื่อที่จะสูญสลายไปสิ้นในวันนี้ แคสซิสที่เคยคิดว่าตนเองสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีมาวันนี้ความเชื่อนั้นได้พังทลายลงสิ้น
แคสซิสนอนเคียงข้างร็อกซานาและบรรจงปัดผมที่ปรกหน้าผากให้เธออย่างรักใคร่ สองตายังคงจ้องมองหญิงสาวด้วยความเสน่หา เมื่อร็อกซานาได้เห็นท่าทางของเขาเธอก็ผ่อนคลายลงในที่สุด
“ผมทำให้คุณเหนื่อยมากเกินไปหรือเปล่า”
“คุณเพิ่งจะรู้ตัวเหรอแคสซิส?”
แทนที่จะรู้สึกผิด แคสซิสกลับพูดว่า
“ผมคงต้องฝึกให้คุณแข็งแรงขึ้นกว่านี้ ตอนนี้คุณเหนื่อยง่ายเกินไป”
… บ้าไปแล้ว?
ร็อกซานาเบิ่งตากลมโตมองไปที่แคสซิสอย่างอึ้งๆ
“ไม่ใช่ว่าฉันเหนื่อยง่ายเกินไป คุณต่างหากที่ไม่ปกติ……”
แต่ในตอนนี้เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะโต้เถียงกับเขาอีก ดังนั้นเธอจึงซบหน้าลงบนอกของเขาดื้อๆ
แคสซิสสวมกอดร่างบางอย่างทะนุถนอม เขาใช้มือลูบหัวและหลังของเธอแผ่วเบา
“ร็อกซานา”
เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับไม่ต้องการคำตอบ เพียงแค่ต้องการเรียกให้แน่ใจว่าเธออยู่ตรงนี้ ดังนั้นร็อกซานาจึงไม่ตอบ
“ร็อกซานา”
ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดไป เขายังคงเรียกชื่อเธออยู่ คราวนี้เธอจึงตอบเขา
“ค่ะแคสซิส…….”
ร่างของแคสซิสทั้งใหญ่และอบอุ่น มีเขานอนตระกรองกอดเธอแบบนี้ให้ความรู้สึกสบายจนเธอหลับตาลงแล้วไม่อยากลืมขึ้นอีก
แต่ทำไมยังรู้สึกแปลกๆ?
มือที่ลูบหัวแผ่วเบาไล่ไปจนถึงหลังนั้นให้ความรู้สึกสบาย แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ มือของเขาก็เลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ พวกมันลากผ่านโครงร่างของเธอไปสู่จุดที่ไวต่อความรู้สึก ทันใดนั้นร็อกซานาก็ต้องตัวสั่น เหมือนว่าเธอจะสบายจนเผลอหลับไปชั่วครู่หนึ่ง แล้วเขาก็ยังคงลูบตัวเธอไม่หยุด
“เดี๋ยวก่อน……. ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะทำอีกใช่มั้ย?”
ร็อกซานาถามเขาตรงๆ เพราะเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขายังมีแรงพอที่จะทำต่ออีก? เธอนึกถึงภาพใบหน้าหล่อเหลาที่แสดงความเสียดายเมื่อต้องปล่อยมือจากข้อเท้าของเธอก่อนหน้านี้
ไม่ผิดจากที่คิด แคสซิสแตะริมฝีปากลงบนต้นคอขาวพร้อมกระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยเสียงแผ่วเบา
“อีกแค่ครั้งเดียว”
แค่ครั้งเดียวก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอมองเข้าไปในดวงตาสีทองคู่นั้นคำปฏิเสธที่คิดไว้ก็ไม่สามารถหลุดออกจากปากได้
แคสซิสยามที่อยู่บนเตียงนั้นมีเสน่ห์รุนแรงกว่าแคสซิสในยามปกติหลายเท่า แถมเขายังทำตัวเคลิบเคลิ้มไปกับการครอบครองเธอถึงเพียงนั้น ในขณะที่ร็อกซานาได้แต่มองเขาอย่างโง่งม แคสซิสก็ฉวยโอกาสจูบเธออย่างอ่อนหวานและหนักแน่น น้ำลายที่ผสมปนเปกันราวกับเป็นสิ่งเสพติดที่เมื่อกลืนลงไปแล้วทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม….แต่ร็อกซานาแค่รู้สึกแบบนั้น มันเหมือนเป็นยาชนิดหนึ่ง
ในที่สุดเธอก็ล้มเลิกความคิดที่จะต่อต้านและตอบรับการจูบของเขา มือหนาที่กำลังลูบไล้ต้นขาของเธอจึงสัมผัสล่วงล้ำเข้าไปยังจุดที่ลึกขึ้นทำให้ร็อกซานาต้องร้องคราง
แล้วจู่ๆ เธอก็ผลักร่างของแคสซิสให้นอนหงายจากนั้นพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของเขา ตอนนี้กลายเป็นร็อกซานาที่มองลงมายังแคสซิสแทน ชายหนุ่มจับเอวของเธอไว้เขาขมวดคิ้วแล้วจ้องไปที่ดวงตาคู่สวย ริมฝีปากงามเผยอขึ้นเล็กน้อย ภาพที่เธอเห็นในตอนนี้ทำให้เธอพอใจ
“คราวนี้ฉันจะอยู่ข้างบน…”
มือของร็อกซานาไล้ผ่านดวงตาของแคสซิส ในขณะที่เธอก้มลงกระซิบคำพูดนั้นอย่างได้ใจ เส้นผมสีทองเงางามก็แผ่สยายลงมาผสมกับเส้นผมสีเงินด้านล่าง
“แค่ครวญครางเงียบๆ ก็พอ”
ในขณะนั้นประกายแสงแห่งความปรารถนาอันดำมืดได้วาบผ่านดวงตาสีทองสว่าง วินาทีต่อมา แคสซิสรีบดึงร่างของร็อกซานาให้บดเบียดลงมาที่ตัวเขาพร้อมกลืนกินริมฝีปากเธออย่างเกรี้ยวกราด เธอชอบการตอบสนองนี้ของเขาและเริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ เพื่อทรมานคนใต้ร่าง แต่ยังคงเร็วเกินไปถ้าจะคิดว่าเธอเป็นฝ่ายได้กำไรในครั้งนี้
* * *
…… นี่มันบ้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
ฉันได้แต่เสียใจกับความเย่อหยิ่งและโง่เขลาของตัวเอง สุดท้ายแล้วหลังจากนั้นแคสซิสกับฉันก็ติดอยู่ในห้องด้วยกันถึงสามวันสามคืน และพวกเราทำมันตลอดเวลายกเว้นแค่เวลากิน นอนพักเล็กน้อยและอาบน้ำ
ดูเหมือนว่าฉันจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสุขสมจนไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก
……………………………………


ใส่ความเห็น