PBPGD 06

ตอนที่ 6

ลีอาเกือบจะปล่อยมือจากปืนที่ทั้งเย็นและหนักที่โคลด์ส่งให้เธอ ถ้าไม่ใช่เขาที่เข้ามาจับตัวเธอหมุนไปอีกทางด้วยมืออันแข็งแกร่งเสียก่อน ในตอนนี้เธอต้องยืนแยกขากว้างเท่าช่วงไหล่โดยมีร่างของโคลด์ยืนประกบอยู่ เขายังมีแก่ใจเยาะเย้ยเธอด้วยคำว่า “เด็กเร่ร่อน” อีกครั้ง

ลีอาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังแว่วมาแต่ก็หันกลับไปมองต้นเสียงไม่ได้ โชคยังดีที่วันนี้พวกเขาไม่ได้ล่าสัตว์ที่ยังเป็นๆ แต่แค่ยิงเป้านิ่งกันเฉยๆ โคลด์ที่สูงกว่าลีอาถึงสองช่วงศีรษะยังยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเธอพร้อมช่วยจัดท่าทางให้กับเธออย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่เขาช้อนแขนเล็กๆ ของเธอขึ้นในท่าเตรียมยิง เขาก็ก้มศีรษะลงมาใกล้ใบหูเล็กพร้อมกระซิบถาม “แล้วตกลงว่ารสชาติของหิมะเป็นยังไง?” เธอรู้สึกจั๊กจี้เมื่อเขากระซิบที่ข้างหูแบบนี้และเธอก็ได้แต่ยืนนิ่งเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าจะตอบชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าอย่างไร สักพักเขาก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น “ตอบ!”

ลีอากำลังอยู่ในท่าเตรียมยิงเมื่อเสียงปืนดังกึกก้องก่อนได้รับสัญญาณ เธอเผลอเหนี่ยวไกปืนด้วยความตกใจและนั่นทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ทุกคนตกตะลึงกับภาพที่เห็น คนรับใช้ชายรีบวิ่งเข้ามาหาทั้งสองอย่างรวดเร็วปานลมพัด

“ฝ่าบาท!” คนรับใช้กรีดร้องออกมา โคลด์เลื่อนมือที่จับกระบอกปืนออกช้าๆ และเมื่อลีอาหันกลับมามองเขาเธอก็แทบจะเป็นลม

“ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!” คนรับใช้ยังคงตะโกนอย่างรีบเร่ง “ฝ่าบาทได้รับบาดเจ็บ! เร็วเข้า!”

โคลด์โบกมือให้พวกเขาเงียบเสียงพลางหรี่ตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “ก็แค่มือไหม้นิดหน่อย จะเอะอะโวยวายไปทำไม”

แต่ฝ่ามือของเขากลายเป็นสีแดงเข็ม ส่วนมือของลีอากลายเป็นสีขาวซีด เธอรีบวิ่งไปโกยหิมะแล้วนำมาโปะบนแผลที่ฝ่ามือของโคลด์ทันที “ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจ” ร่างกายเล็กๆ สั่นเทาและทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ต่างก็เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม หิมะที่อยู่บนฝ่ามือของโคลด์ละลายอย่างรวดเร็วจากอุณหภูมิร่างกายของทั้งสอง และลีอาคิดว่าเธออาจจะกลั้นใจตายไปตรงนี้เพราะความอับอายได้เลยทีเดียว เธอรู้สึกสิ้นหวัง หวาดกลัว และไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อหิมะละลายเธอจึงรีบวิ่งไปกอบหิมะมาใส่มือของโคลด์ใหม่อีกหลายครั้ง จนกระทั่งหมอเร่งรุดมาถึง ระหว่างนั้นโคลด์จ้องมองลีอาด้วยสีหน้าและแววตาที่ยากจะเข้าใจ

“ขออภัยฝ่าบาท” น้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นจากดวงตาของลีอา แต่โคลด์ยังคงเงียบเฉยในขณะที่เขาจ้องไปที่เธอ

“หลีกไป”

ลีอาได้ยินเสียงที่แหลมเสียดหูและได้กลิ่นน้ำหอมอันหอมหวาน มาริลีนก้าวเข้ามาในชุดสวยของเธอพร้อมคนรับใช้ที่ถืออุปกรณ์มาด้วย เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าที่จุ่มลงในน้ำเย็นจัดประคบไปยังแผลที่มือของโคลด์อย่างแผ่วเบา

“อาการเป็นยังไงบ้าง?” โรสิน่าเอ่ยถามขึ้นภายใต้ความเงียบ คีแรนโค้งคำนับให้เธออย่างสง่างาม และนั่นทำให้สาวน้อยหน้าแดงในขณะที่เธอโค้งตอบเขาตามพิธีการ

โคลด์พยักหน้าแทนคำตอบเขาดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากมือและพูดว่า “ก็แค่รอยไหม้เล็กน้อย”

“ทำไมถึงโง่ขนาดนี้! ถึงนายจะยังเด็กแต่ก็ไม่น่าโง่ขนาดทำให้ปืนลั่นใส่ฝ่าบาทแบบนี้!”

มาริลินตะโกนแหวใส่ลีอาที่ตัวสั่นเทา ศีรษะของเธอก้มต่ำจนไม่สามารถจะต่ำไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เด็กสาวพูดถูกเธอเป็นฝ่ายผิด และทำให้ชนชั้นสูงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ นี่คือความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้

“มาดมัวแซล เธอตะคอกใส่น้องชายของฉันหรือ?” คีแรนก้าวเข้าไปขวางข้างหน้าลีอา คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของมาริลินเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเธอไม่คาดฝันมาก่อนว่าเขาจะเข้าข้างน้องชายในสถานการณ์เช่นนี้

“ก็…” เธอพูดตะกุกตะกัก

“ฉันถามว่าเธอตะคอกใส่น้องชายของฉันหรือ”

ริมฝีปากของมาริลีนบิดเบี้ยวเมื่อเห็นดวงตาวาวโรจน์ของคีแรนที่จ้องมองมา “ฉันขอโทษ ฉันใจร้อนไปหน่อย”

“ขอโทษน้องชายของฉัน” เขาพูดอย่างไม่ประนีประนอม “เลียน น้องก็ต้องขอโทษด้วย”

เนื่องจากลีอาไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอโทษจากมาริลีน เธอจึงโค้งคำนับจนกระทั่งศีรษะน้อยๆ เกือบจะแตะถึงพื้นและพูดว่า “ผมขอโทษครับ”

มาริลินกลับไม่ได้ขอโทษลีอาเธอเพียงใช้สายตาจ้องไปที่คีแรน ในตอนนี้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ

“หิมะ” โคลด์พูดขึ้นหลังจากแสร้งทำผ้าเช็ดหน้าของมาริลินหล่นลงพื้น เขาขยับเข้าไปใกล้ลีอาและยื่นมือที่แดงก่ำออกมาอีกครั้ง ลีอาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองโคลด์ “นายหูหนวกหรือเปล่า” เขาถามเธอ

“หิมะ?” เธอรู้สึกสับสน

“หิมะที่เลียนนำมาทำให้ฉันรู้สึกดีกว่าผ้าเช็ดหน้ามาก”

***

เหตุการณ์ชวนอกสั่นขวัญแขวนสิ้นสุดลงเมื่อแพทย์ประจำคฤหาสน์ได้ทำการรักษาบาดแผลที่มือของโคลด์จนเรียบร้อย ลีอาจึงไม่ต้องขนหิมะทั้งหมดในสวนมาโปะแผลให้กับเขาอีกต่อไป หลังกลับมาถึงห้องของตัวเอง เธอก็ได้แต่นั่งหงอยอยู่ข้างหน้าต่างพลางมองดูกลุ่มเด็กหญิงทยอยเดินทางกลับด้วยรถม้าหรูหรา เสียงตะโกนแหลมสูงของมาริลินยังคงดังก้องอยู่ในหูของเธอ เธอคงโกรธจัดจริงๆ ส่วนลีอานั้นรู้ดีว่าแผลไฟไหม้นั้นร้ายแรงและทำให้ทุกข์ทรมานแค่ไหน ดังนั้นเธอจึงหลับตาแน่นพลางสวดภาวนาให้โคลด์หายดีในเร็ววัน

แล้วความคิดของลีอาก็สะดุดลงเมื่อเธอได้ยินเสียงดังเอะอะที่นอกห้อง จากนั้นประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง บานประตูกระแทกกับกำแพงเสียงดังกึกก้อง มาร์ชิโอเนสสาวเท้าเข้าไปหาลีอาด้วยใบหน้าเย็นชา พลันยกมือขึ้นตบไปที่แก้มของเด็กหญิงอย่างแรงในจังหวะเดียวกับที่ลีอากำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ เบ็ตตี้ได้แต่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างหลังเธอ

“เธอกล้าดียังไง!” มาร์ชิโอเนสแผดเสียงตะโกน ในตอนนี้เธอไม่ใช่คุณผู้หญิงผู้เข้มงวดแต่ใจดีที่ลีอาเคยรู้จักอีกต่อไป ดวงตากลมโตของลีอาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “เธอกล้าดียังไงที่ไปเข้าร่วมกับพวกเขา! กล้าดียังไงที่ไปทำตัวเสมอคีแรน!”

ลีอาอ้าปากค้าง เธอคิดว่าที่เธอถูกตบเพราะเผลอทำมือของโคลด์บาดเจ็บ แต่กลายเป็นว่ามาร์ชิโอเนสโมโหที่เธอไปปรากฎตัวอยู่ท่ามกลางพวกเขา

“ตอบฉันเดี๋ยวนี้!” เธอยังคงแผดเสียงไม่หยุด

ลีอาตอบพร้อมกับลู่ไหล่ลง “ครับคุณผู้หญิง”

“ฝ่าบาทก็อยู่ในหมู่พวกเขา! เธอกล้าดียังไงมาทำให้คีแรนต้องอับอาย!”

ลีอาไม่เคยได้รับแจ้งว่าวันนี้ ‘ฝ่าบาท’ และบรรดาเพื่อนๆ ของคีแรนจะอยู่ที่นั่น ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มในขณะที่ก้มหัวลงจนน้ำตาเม็ดโตไหลพรากลงมา ส่วนมาร์ชิโอเนสยังคงต่อว่าไม่หยุด และไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น “เธอจะร้องไห้ทำไม หน้าที่เดียวของเธอคือใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปอย่างเงียบๆ อย่าได้เสนอหน้าออกไปอย่างวันนี้อีกจนกว่าจะได้รับคำสั่ง!”

เมื่อพูดจบ มาร์ชิโอเนสก็หันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมปิดประตูดังปัง ลีอาทรุดตัวลงบนเก้าอี้พร้อมใช้มือปิดแก้มที่บวมแดงของเธอ เบ็ตตี้รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น เธอกอดเด็กน้อยด้วยใบหน้าเศร้า ลีอาได้แต่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเบ็ตตี้ ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่อ่อนโยนและจริงใจต่อเธอในคฤหาสน์แห่งนี้

***

มาร์ควิสมองลีอาด้วยแววตาข้องใจ เขาเห็นซีกแก้มที่บวมแดงกับดวงตาที่แดงช้ำนั้น ในขณะที่มาร์ชิโอเนสไม่แม้แต่จะเหลือบมองลีอาด้วยซ้ำ ลีอาค่อยๆ นั่งลงที่ข้างโคลด์ซึ่งเป็นแขก เขาได้แต่ถอนหายใจเบาเมื่อเห็นสีแดงในดวงตาคู่งามนั้น

“ฝ่าบาทฉันได้ยินว่าเลียนทำผิดพลาดในสนามยิงปืน ฉันต้องขอโทษแทนเขาด้วย” มาร์ชิโอเนสกล่าว

“ไม่ มันเป็นความผิดพลาดของผมเอง เลียนไม่ได้เป็นฝ่ายผิดและเขาก็แก้ไขสถานการณ์ได้ค่อนข้างดี”

ลีอาจ้องมองไปที่โคลด์พลางชื่นชมคำตอบของเขา เธอสังเกตเห็นมือที่พันผ้าพันแผลใหม่และได้กลิ่นน้ำมันเซจและน้ำมันสมุนไพรอื่นๆ จากมือของเขา

“ผมต้องขอขอบคุณมาร์ควิสเป็นอย่างสูง ที่ท่านให้ยืมใช้ห้องสมุดอันล้ำค่า” เซอร์ธีโอดอร์พูดขัดจังหวะเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ

“ดีใจที่ได้ยินว่าคุณชอบ” มาร์ควิสตอบขณะยกแก้วไวน์ขึ้นสูง ธีโอดอร์เคยกล่าวชื่นชมห้องสมุดตระกูลเบลว่ามีหนังสือหายากและล้ำค่ากว่าห้องสมุดของจักรวรรดิและเขาก็อยากที่จะได้มีโอกาสเข้ามาชื่นชมสักครั้ง

ลีอาไม่พูดในระหว่างมื้ออาหาร และคีแรนก็ทำเช่นเดียวกัน เธอสบตากับโคลด์เป็นบางครั้งและหลบเลี่ยงสายตาที่จ้องมองมาเกือบตลอดเวลาของคีแรน ในขณะที่ส่งเนื้อชิ้นเล็กเข้าไปเคี้ยวในปากน้อยๆ เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นศูนย์รวมสายตาทุกคู่ในห้องอาหารแห่งนี้ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เธอจึงรีบลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นการเสียมารยาท แต่เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วพร้อมวิ่งหนีออกจากคฤหาสน์ไปซ่อนตัวในสวน

แสงจันทร์นวลส่องลงที่ทางเดินซึ่งปกคลุมด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์ เธอเดินตามทางไปเรื่อยๆ เพื่อไปซ่อนตัวอยู่ที่รูปปั้นนางฟ้าขนาดมหึมาที่เธอมองเห็นได้จากหน้าต่างห้องนอน ที่นี่ช่างเหมาะกับการซ่อนตัวจากความหนาวเย็นเนื่องจากปีกของนางฟ้านั้นอยู่ในองศาที่ราวกับว่ากำลังปกป้องบางสิ่ง ลีอาค้นพบจุดที่นั่งขดได้อย่างสบายเมื่อได้ที่แล้วเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนฟากฟ้า ในท่ามกลางความเหน็บหนาวและสงบเงียบเธอกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเหมือนในห้องที่อบอุ่นนั้น

ลีอาจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไฟด้วยดวงดาวระยิบระยับเป็นเวลานาน ทันใดนั้นเงาร่างสูงก็ปรากฏขึ้นบดบังดวงดาวทั้งหมด ลีอามองเห็นดวงตาสีฟ้าสดของเขาจ้องมองลงมาที่เธอ

“ฝ่าบาท” เธอพูดด้วยเสียงเบาหวิว

เขามองไปรอบๆ แทนที่จะตอบและคุกเข่าลงข้างหนึ่งในขณะที่มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ลีอาจ้องมองใบหน้าของโคลด์อย่างเผลอไผล และคิดว่าเขาสวยกว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนเสียอีก เขายังคงมองเธอต่อไปในขณะที่ใช้มือกำและปั้นหิมะให้เป็นก้อนจากนั้นประคบไว้บนแก้มของเธอ ลีอาไม่แน่ใจว่านี่คือการปลอบใจหรือลงโทษกันแน่ เพราะรอยยิ้มของโคลด์นั้นงดงามจนน่าขนลุก และแก้มที่เย็นจนชาของเธอก็เริ่มแสบร้อน

“แบบนี้ก็ได้เหรอ” เขาพูดขึ้นด้วยนำเสียงอ่อน

โคลด์พูดบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ เขาเอียงศีรษะก่อนจะลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หายไปราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นั่น

“เขาหมายความว่ายังไง?” ลีอาพูดออกมาดังๆ ในขณะที่เธอปีนลงจากรูปปั้นนางฟ้าพร้อมขมวดคิ้ว แต่โคลด์ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่เดินจากไปเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้เห็นภาพลวงตา

**หมายเหตุ: ตอนแรก Unnie ตั้งใจว่าจะใช้สรรพนาม “ท่านชาย” เวลาที่คนอื่นเรียกโคลด์ แต่ด้วยยศและศักดิ์ที่ติดตัวเขามันอยู่ในระดับเชื้อพระวงศ์เลยเปลี่ยนใจมาใช้คำว่า “ฝ่าบาท” แทนจ้า ผิดพลาดประการใดทักท้วงท้วงติงกันมาได้เด้อ พยายามแปลแบบอ่านง่ายๆ แต่ก็ไม่อยากให้สะดุดหรือรู้สึกไม่เหมาะสม ยังไงก็แนะนำกันเข้ามาได้ทุกกรณีนะคะ ยินดีแก้ไขจ้า**

จบตอนที่ 6

………………………………………………………………………………………

ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^

…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ

ใส่ความเห็น