ตอนที่ 8
ฉันเข้าใจสถานการณ์ในทันที เห็นได้ชัดว่าพล็อตของนิยายเรื่องนี้กำลังจะดำเนินไปในทิศทางไหน
และฉันก็คือ “อีแวนเจลีน” หญิงสาวผู้ชั่วร้าย พร้อมด้วยบริวารคือเจ้าโดนูและเหยื่อตัวน้อย ‘คันนะ’ น้องสาวของสาวรับใช้ประจำตัวเธอ
ฉันหรือก็คือคุณหนูอีเวนเจลีนจะต้องรับบทคอยกลั่นแกล้งคนรับใช้ของท่านเคานท์ ซึ่งในบรรดาบริวารของอีแวนเจลีนจะต้องมี ‘เฮนน่า’ เป็นสาวใช้คนโปรดผู้โกรธเกรี้ยวและร้ายกาจ เธอจะต้องล้ำเส้นและทำให้สติของโดนูขาดผึง ถึงขนาดลักพาตัวน้องสาวคนเดียวของเฮนน่าเพื่อมาทรมาน และในขณะที่คันนะกำลังตกอยู่ในอันตรายนั้นเอง พระเอกก็เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว และนี่คือการพบกันครั้งแรกของทั้งสองคนตามพล็อตเรื่อง!
การที่ฉันเข้ามาสิงร่างของอีแวนเจลีน ได้กลายเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนพล็อตของเรื่องไปแล้วหรือเปล่านะ?
มาถึงตอนนี้ฉันถึงเพิ่งได้เข้าใจสิ่งที่โดนูพูดพึมพำไร้สาระก่อนหน้านั้น ที่บอกว่าจะทำตามที่ฉันสั่ง โอ้ว… ความแตกต่างนี้มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน พลังของเส้นเรื่องสินะ
แสดงว่าฉันขโมยซีนของพระเอกไปเรียบร้อยแล้ว? ที่จริงฉันควรปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไป? ไม่ ฉันจะรู้อนาคตได้ยังไงกัน
“ถ้าไม่มีคำถามอะไรอีก ฉันคงต้องขอตัวก่อน”
หลังจากอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแจ่มแจ้งแล้ว คันนะก็ตัดบทสนทนาลงอย่างไร้เยื่อใย นี่ออกจะดูเย็นชาไปสักหน่อยสำหรับสิ่งที่เธอทำต่อพระเอกของเรื่อง
นี่คงเป็นผลมาจากการที่ฉันยื่นมือเข้าไปช่วยเธอแทนพระเอกใช่ไหม? หรือว่านิยายเรื่องนี้กำลังพัฒนาไปสู่เส้นเรื่องแบบที่นางเอกยึดติดกับนางร้าย!
“ถ้าคุณต้องการอะไร สามารถไปติดต่อที่คฤหาสน์โรแฮนสันได้”
ฉันเอ่ยพร้อมโค้งคำนับให้กับพระเอกด้วยความนับถือจากใจจริงแล้วหันหลังให้เขา ในเมื่อผู้ลักพาตัว เหยื่อ รวมถึงคนที่มาช่วยเหยื่อต่างก็มาจากคฤหาสน์โรแฮนสันทั้งนั้น ดังนั้นไม่ว่าเขาจะติดขัดในเรื่องไหน หรือไม่รู้จะเขียนรายงานยังไงให้เพอร์เฟค ก็สามารถไปหาข้อมูลที่นั่นได้ โอเค แค่นี้ฉันก็ได้รับคะแนนบวกแล้ว
เฮนน่าเดินนำอีแวนเจลีนไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ ในขณะที่ฉันกำลังเดินตามเธอไปอยู่นั้นเองก็รู้สึกราวกับมีอะไรมาทิ่มแทงที่หลังศีรษะ พอฉันหันกลับไปเท่านั้นแหล่ะ อืม สายตาจ้องเขม็งของพระเอกนี่เองที่ทิ่มแทงฉัน
นี่ฉันไม่ได้ทำอะไรที่ร้ายกาจเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วนายจะจ้องฉันขนาดนั้นเพื่อ? หรือว่าเขากำลังหึงที่เห็นคันนะเข้าข้างฉัน? มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปไหมถ้าพระเอกเห็นฉันเป็นคู่แข่งทางความรัก
……………………
“ไฟดับสนิทแล้วครับกัปตัน”
“ทำได้ดีมากราฟาเอล”
ในที่สุดกาเบรียลก็ตั้งสติได้เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากผู้ใต้บังคับบัญชา ก่อนหน้านี้สายตาของเขาไม่ละไปจากตรอกที่ตุ๊กตาสีขาวบริสุทธิ์จากไปแม้แต่น้อย จนกระทั่งไฟดับลงในขณะเดียวกัน ไม่ว่าพวกเขาจะงงงวยกับสถานการณ์ตรงหน้ามากแค่ไหน แต่อาคารที่ถูกไฟไหม้ในตอนนี้ช่างดูเหมือนสิ่งที่โดนบดขยี้มากกว่าจะเป็นบ้าน
แตกต่างจากผู้หญิงผิวขาวคนนั้นที่บอกว่าเธอหนีออกมาจากที่นั่นโดยไม่มีแม้แต่อณูของเขม่าควันอยู่ตามร่างกาย
“ขอโทษที ฉันกำลังสอบปากคำหญิงสาวในเหตุการณ์อยู่ ก็เลยไม่ได้ไปช่วยตรงที่เกิดเหตุ”
“ไม่เป็นไร ยังไงไฟนั่นก็ดับลงเองอยู่แล้ว”
“ว่ายังไงนะ?”
เมื่อกาเบรียลถาม ราฟาเอลที่ได้แต่เกาหัวก็นึกถึงคำอธิบายที่พอจะพูดออกมาได้
“จริงๆ นะ ไฟไหม้รุนแรงขนาดนั้น แต่เหมือนราวกับมันต้องการไหม้เพียงแค่บ้านหลังนั้น สักพักหนึ่งจู่ๆ ไฟก็ดับลงไปเองโดยไม่ลามไปที่ไหนเลย”
กาเบรียลจ้องมองซากปรักหักพังด้วยความละอายใจอย่างยิ่ง
ครั้งแรกที่กาเบรียลมองเห็นกลุ่มควันไฟเขารีบร้อนมายังที่เกิดเหตุทันที ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหากเกิดไฟไหม้ในชุมชนแออัดที่ผู้คนและบ้านเรือนหนาแน่นแบบนี้จะเกิดความเสียหายขนาดไหน ดังนั้น เขาจึงเร่งนำกำลังมาถึงให้เร็วที่สุด
และเมื่อต้นเพลิงอยู่ในระยะสายตา กาเบรียลก็ต้องฉงนกับภาพผู้คนที่ยืนมุงดูไฟลุกไหม้ ราวกับว่านี่คือเทศกาลอะไรสักอย่างที่จุดเพลิงเฉลิมฉลอง ทุกคนต่างอึ้งนับประสาอะไรกับการอพยพผู้คน
อย่างไรก็ตาม นั่นยังไม่ใช่เหตุการณ์ที่อัศจรรย์ที่สุด เพราะต่อมากาเบรียลก็ต้องตกตะลึงแทบหยุดหายใจเมื่อมองเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่หน้ากองไฟ
แรกสุด กาเบรียลคิดว่ามีใครเอารูปปั้นหินอ่อนมาตั้งอยู่ท่ามกลางฝูงชน แม้ว่าหินอ่อนที่สลักเสลาอย่างงดงามถึงเพียงนี้จะไม่มีโอกาสมาอยู่ในสลัมก็ตามแต่นั่นก็คือความคิดแรกของเขา
สาเหตุที่กาเบรียลไม่อาจคิดหรือยอมรับว่าสิ่งนั้นเป็นมนุษย์ก็เพราะในสายตาของเขา สิ่งนั้นไม่มี “พลังชีวิต” ให้สัมผัสเลยแม้แต่น้อย กิ่งไม้หักน่าจะยังมีความเป็นมนุษย์มากกว่าเสียอีก
ดังนั้น เมื่อเขากำลังจ้องภาพที่แปลกประหลาดตรงหน้า และเมื่อดวงตาสีแดงสดหันมาหาเขา และปากสีแดงสดนั้นเอ่ยภาษามนุษย์ออกมา เขาจึงตกใจจนแทบพูดอะไรไม่ออก
กาเบรียลแสร้งทำเป็นกล้าหาญและลองพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้น ตามที่คาดไว้ สิ่งนั้นห่างไกลจากมนุษย์ไปไกลลิบ
แม้ว่าสิ่งนั้นจะพูดถึงการตายของคนรับใช้ เขาก็ไม่รู้สึกถึงคลื่นอารมณ์ในน้ำเสียงหรือบนสีหน้านั้นแม้แต่น้อย มันช่างเหมือนกับที่ผู้คนไม่สนใจมดที่เดินผ่านไป กาเบรียลรู้สึกว่าเขาก็เหมือนกับมดที่อยู่บนพื้นดินในสายตาของผู้หญิงคนนั้น
แต่อย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นก็ดูเหมือนจะสนใจสาวใช้ที่ชื่อคันนะ แม้ว่าที่จริงแล้วสภาพของสาวใช้ของเธอจะดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ หรือเป็นเพราะเธอได้รับความสนใจจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์
“กัปตัน! พบศพแล้ว!”
หลังได้ยินเสียงตะโกน กาเบรียลก็เดินเข้าไปดูศพ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าอะไรนะเขาชื่อโดนู?
“นี่มันอะไรกัน…”
“ช่างน่าทึ่งจริงๆ เป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม?”
บนพื้นด้านหลังศพที่ดำเป็นตอตะโก มีเขม่าสีดำเทาที่แผ่ออกเหมือนปีกสองข้าง และที่ด้านหลังศีรษะก็มีรอยที่ดูเหมือนมงกุฎศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแค่นั้นรอบๆ ยังมีลวดลายที่ดูราวกับจงใจให้เป็นแสงศักดิ์สิทธิ์อาบไล้ไปทั่วราวกับรัศมีบนหัวของเทวดาในภาพวาดที่มีชื่อเสียง
“นี่มันดูเหมือนเทวดาไม่มีผิด”
ไม่ใช่แค่กาเบรียลคนเดียวที่คิดเช่นนั้น เขานิ่งเงียบและครุ่นคิด เทวดางั้นเหรอ…ดูเหมือนปีกที่ทำจากขี้เถ้าจะหักก่อนพาเขาโบยบินขึ้นสวรรค์และส่งเขาลงสู่เหวนรกแทน
…………………………………………..
“อยากให้ฉันจัดห้องพักที่คฤหาสน์ให้ไหม”
อีแวนเจลีนเอ่ยปากถามทั้งสองสาวในระหว่างทางที่นั่งรถม้ากลับสู่คฤหาสน์ เธอยังไม่ได้ยินคำตอบแต่ก็อดถามย้ำขึ้นอีกครั้งไม่ได้
“ถ้ากลับไปอยู่ที่บ้านตอนนี้ พวกเธอคงจะกลัว มาอยู่ที่คฤหาสน์ก่อนดีมั้ย”
เฮนน่าที่กำลังจะเปิดปากเอ่ยปฏิเสธจำต้องปิดปากของเธอลงเงียบๆ เมื่อเธอรู้ว่าสายตาของคุณหนูจับจ้องไปที่น้องสาวของเธอ ไม่ใช่เธอ
เฮนน่าบีบมือคันนะแน่น ในใจเธอต้องการบอกให้น้องสาวปฏิเสธ แต่ถ้าบอกปัดไปแล้วกลายเป็นว่ากลับทำให้คุณหนูยิ่งสนใจพวกเธอมากขึ้นจะทำยังไงดี?
เมื่อกี๊เธอเพิ่งจะได้เห็นจุดจบของโดนูต่อหน้าต่อตา มันน่ากลัวจนไม่อยากจะคิดถึง แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือความจริงที่ว่า คันนะน้องสาวของเธอดูจะพออกพอใจกับความตายที่น่าสยดสยองและน่าขยะแขยงของเขา
ในระหว่างนั้นคันนะยังคงไม่ตอบ
อีแวนเจลีนนั้นให้ความเมตตาต่อเฮนน่าในแบบของเธอ แต่ดูเหมือนเมื่อเทียบกับคันนะแล้ว เธอจะใส่ใจเด็กหญิงมากเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าสำหรับคุณหนูอีแวนเจลีนแล้ว นี่แทบไม่ต่างอะไรกับการยื่นมือไปช่วยเหลือสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด
“ถ้าอย่างนั้นฉันขออยู่กับคุณหนูได้มั้ยคะ”
“ได้แน่นอน”
“แล้วฉันขอเลือกห้องเองได้มั้ยคะ”
“ได้สิ อยากได้ห้องไหนก็เลือกได้เลย”
เฮนน่าแทบสำลักเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ ดูเหมือนคันนะเองก็ให้ความสนิทสนมกับคุณหนูอย่างมากเช่นกัน
แม้ว่าเฮนน่าจะเป็นเด็กหญิงผู้กล้าหาญและไม่เกรงกลัวใครมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอกลับไม่สามารถแม้แต่จะวางตัวสบายๆ ต่อหน้าคุณหนู เธออดคิดถึงภาพของเด็กหญิงผู้แก่นแก้วคนนั้นในรอยยิ้มที่พึงพอใจอย่างเปิดเผยของคันนะไม่ได้
ในตอนที่พ่อของพวกเธอยังมีชีวิตอยู่ คันนะผู้ร่าเริงมักจะมีวิธีออดอ้อนและแกล้งงอนเพื่อให้เขาเอาใจเธอเสมอ แต่หลังจากที่พ่อตายจากไป เธอก็ไม่ได้ทำแบบนั้นอีกเลย
หรือเพราะคุณหนูคือคนช่วยชีวิตเธอ เธอถึงเปิดใจอีกครั้ง?
คันนะอาจจะคิดว่าตัวเองได้รับความช่วยเหลือจากคุณหนูถึงสองครั้ง ครั้งแรกกับเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เธออ้างว่าเป็นคุณหนูที่มอบให้มาด้วยความสงสาร ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ผิดนักเพราะน้ำนั่นก็ได้มาเพราะแมวของคุณหนูจริงๆ และถ้าคุณหนูไม่ไปที่บ้านของโดนูในวันนี้ คันนะก็คงไม่ลงเอยที่อาการบาดเจ็บเพียงเท่านั้น
“ฉันขออยู่ในห้องที่อยู่ด้านล่างห้องของคุณหนูได้มั้ยคะ”
อีแวนเจลีนบอกให้คันนะเลือกห้องไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ห้องบนชั้น 4 และคันนะก็ขอเลือกห้องที่อยู่ด้านล่างห้องของคุณหนูในชั้น 3 แต่ว่า ห้องนั้นเป็นห้องที่อดีตคุณผู้หญิงโรแฮนสันผู้ล่วงลับเคยพักอยู่ แน่นอนว่าคุณหนูอีแวนเจลีนคนนี้คงไม่สนใจคนตายที่เกี่ยวดองกับเจ้าของเนื้อหนังที่เธอครอบครองอยู่เท่าไหร่นัก
“คุณหนูคะ ห้องนั้นเป็นห้องของเคานท์เตสนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเธอก็จากไปแล้วและตอนนี้ห้องนั้นก็ว่าง เฟอร์นิเจอร์ก็พร้อมสามารถเข้าไปพักได้ทันทีเลย”
เฮนน่าพยายามอธิบายอย่างระมัดระวัง แต่คำตอบของคุณหนูก็เป็นอย่างที่คิดไม่ผิด ในเมื่อตอนนี้ห้องนั้นเป็นเพียงห้องว่างห้องหนึ่งในสายตาของเธอจริงๆ อีกทั้งคุณหนูยังเสนอตัวว่าจะเป็นผู้แจ้งแก่ท่านเคานท์และพ่อบ้านด้วยตัวเองอีกต่างหาก
เฮนน่าจำเป็นต้องพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก เมื่อท้ายที่สุดคุณหนูก็ยกห้องนั้นให้คันนะจริงๆ
พ่อบ้านรู้ดีว่าน้องสาวของเธอป่วยหนัก เขาคงจะสงสัยถ้าหากรู้ว่าเด็กที่ป่วยหนักหายดีและออกมาภายนอกในชั่วข้ามคืน บางทีเขาอาจจะนึกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์และคิดได้ว่าเธอขโมยมันไปใช้
‘ฉันจะยอมให้เขารู้ไม่ได้…’
“คุณหนูคะ ให้ฉันบอกกับพ่อบ้านเองเถอะค่ะ”
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นคนบอกกับท่านเคานท์เองแล้วกัน”
ต้องพยายามไม่ให้พ่อบ้านรู้ความจริง เฮนน่าคิดไปถึงอาณาเขตที่เขาจะตรวจสอบได้ ปกติแล้วเขามักจะอยู่ที่ชั้นหนึ่งกับชั้นสองและไม่ได้ขึ้นมายังชั้นบน โดยเฉพาะในตอนนี้ พ่อบ้านแทบจะหลีกเลี่ยงไม่พบกับคุณหนูอีแวนเจลีนโดยตรง ดังนั้น หากเธอให้คันนะอยู่ใกล้ๆ เธอเข้าไว้ ทั้งสองย่อมจะไม่ถูกจับได้ง่ายๆ
ขอแค่อดทนอีกสักหน่อย ในไม่ช้าเมื่อท่านเคานท์รู้เรื่องเขาคงจะไม่ยอมให้น้องสาวของคนรับใช้ไปอยู่ในห้องของคุณผู้หญิงอย่างแน่นอน และพวกเธอก็คงไม่พ้นต้องถูกไล่ออกจากคฤหาสน์ไป ดังนั้นตอนนี้เอาแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน
หลังตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย รถม้าก็เลี้ยวไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเฮนน่า ทั้งสองเข้าไปเพียงครู่เดียวแล้วกลับออกมาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าที่พอจะอยู่ได้อีกสองสามวัน อันที่จริง ทั้งคู่ก็ไม่มีเสื้อผ้าให้เก็บมากถึงเพียงนั้นอยู่แล้ว
หลังขนสัมภาระขึ้นบนรถม้า สารถีก็พาพวกเขามาจนถึงคฤหาสน์โรแฮนสันในเวลาต่อมา
โดยปกติแล้ว สาวใช้จะต้องรีบลงจากรถก่อนเพื่อรอรับคุณหนูที่ด้านล่าง แต่อีแวนเจลีนกลับกระโดดลงจากรถด้วยตัวเองในทันที
“พุดดิ้ง! มารับฉันเหรอเนี่ย”
และที่ประตูรั้วของคฤหาสน์นั่นเอง เธอก็ได้เห็นร่างเล็กๆ ของแมวโผล่ออกมา แล้วรอยยิ้มก็ระบายไปทั่วใบหน้าที่มักจะเฉยเมยของคุณหนู
คุณหนูคงจะชอบเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้มากๆ การได้เห็นปิศาจกลายร่างเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงในอ้อมกอกของคุณหนูช่างเป็นสิ่งที่เฮนน่าไม่คุ้นเคยมาโดยตลอด
แมวตัวนั้นจ้องมาที่เฮนน่าและคันนะด้วยดวงตาที่สามที่ส่องประกาย จากนั้นดวงตาก็ค่อยๆ ปิดลง คันนะพึมพำเสียงเบาเมื่อเห็นภาพดังกล่าว
“นี่ก็คือแมวตัวนั้นใช่รึเปล่า”
จบตอนที่ 8
………………………………………………………………………………………
ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^
…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ


ใส่ความเห็น