ตอนที่ 5
รถม้าทั้งแปดคันเคลื่อนตัวเข้าจอดเรียงรายอยู่หน้าคฤหาสน์ อีกด้านคนรับใช้ยืนตั้งแถวรอต้อนรับมาร์ควิสอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่ลีอายืนกระสับกระส่ายจนคีแรนต้องจับมือน้อยๆ ของเธออย่างปลอบประโลม สีหน้าของเขายังดูซีดเซียวอยู่มากหลังจากอาการกำเริบเมื่อหลายวันก่อน เมื่อประตูรถม้าเปิดออก มาร์ควิสก็ก้าวเดินลงมาอย่างสง่างาม เขาดูเหมือนผู้ชายที่อยู่ในภาพทุกอย่าง ดวงตาสีเขียวมรกตของเขากวาดมองไปยังภรรยาและบุตรชาย รวมถึง “คามิลเลียน”
“ภรรยาที่รักของฉัน”
มาร์ควิสกางแขนกว้างเพื่อรองรับร่างของมาร์ชิโอเนสที่โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ภาพนั้นทำให้ลีอารู้สึกร้อนๆ ในอก เธอไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปจึงก้าวถอยหลังและเตรียมจะสะบัดมือคีแรนออก แต่จังหวะนั้นเบ็ตตี้ใช้สองมือของเธอรั้งไหล่ของลีอาให้ตรึงอยู่กับที่
หลังจูบภรรยาที่แก้มพร้อมลูบหัวบุตรชายคนโต สายตาของเขาก็ตวัดตรงไปที่ลีอา
“คามิลเลียน”
มาร์ควิสโน้มตัวลงมาสบตากับลีอา เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล “มานี่สิ” เขาพูดพร้อมกับโอบกอดเธอ เธอได้กลิ่นคล้ายฤดูหนาวจากตัวเขา
“ฉันได้ยินมาว่าลูกเป็นเด็กผู้หญิง”
มาร์ชิโอเนสสั่งให้คนรับใช้ออกไปจากห้อง จนเหลือเพียงสองสามีภรรยาก่อนจะเอ่ยตอบสามี
“แต่เราไม่ต้องการเด็กผู้หญิง”
“เธอจะทำตัวเหมือนเด็กผู้ชายได้ยังไง” มาร์ควิสถอดเสื้อผ้าออกและสวมเสื้อคลุมที่สบายตัวก่อนจะปีนขึ้นเตียงนอนอย่างเหนื่อยล้า เขาเหนื่อยมากจนแทบจะหลับไปทั้งอย่างนั้น
“ฉันไม่ได้ขอให้เธอใช้ชีวิตแบบเด็กผู้ชายไปตลอดชีวิต ฉันแค่อยากให้เธอแสดงเป็นตัวแทนของคีแรนไปจนกว่าสุขภาพของเขาจะฟื้นตัว แค่รอให้ครอบครัวปลอดภัยเสียก่อน”
“นี่มันออกจะโหดร้ายเกินไป สิ่งที่เราทำกับเธอ”
มาร์ชิโอเนสหันหน้าขวับพร้อมสูดลมหายใจและยืดหลังจนตรง ท่าทางนี้บ่งบอกว่าเธอไม่พอใจกับถ้อยคำที่ได้ยินมากแค่ไหน ดวงตาของเธอแทบจะฉายแววแห่งความเกลียดชังในชั่วขณะขณะที่เธอจ้องมองสามี “เป็นเพราะคุณที่ไปมีความสัมพันธ์กับสาวใช้!”
“นี่!”
“ฉันคงไม่รู้สึกขายหน้าขนาดนี้หากผู้หญิงคนนั้นเป็นหญิงม่ายผู้สูงศักดิ์ แต่ทำไมถึงเป็นสาวใช้?”
ผ่านไปสิบปีแล้ว แต่อนาสตาเซียยังคงโกรธเคืองสามีของเธอ แม่ของลีอาเคยเป็นสาวใช้ก้นครัวในคฤหาสน์หลังนี้ แน่นอนว่าความงามของเธอดึงดูดผู้ชายจำนวนมาก รวมถึงมาร์ควิสสามีของเธอ ในตอนที่อนาสตาเซียรู้เรื่องเธอไม่ได้ห้ามปรามเขาอย่างจริงจังนักเพราะคิดว่าคงเป็นแค่อารมณ์ใคร่ชั่วครู่ชั่วยาม
แต่เมื่อท้องของสาวใช้เริ่มป่องขึ้นในขณะที่คีแรนเพิ่งเริ่มหัดเดิน สาวใช้คนนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง ถ้าหาก..เธอคลอดลูกชาย
หลังจากนั้น ก็เกิดเหตุการณ์ที่คีแรนหายตัวไปในวันที่อากาศหนาวจัด อนาสตาเซียค้นหาเขาไปทั่วคฤหาสน์จนพบร่างของเขาแน่นิ่งอยู่ข้างทะเลสาปน้ำแข็ง เขาโชคดีที่รอดชีวิตมาได้แต่ก็อยู่ในสภาพที่เลวร้ายเต็มที นั่นเป็นครั้งแรกที่มาร์ควิสโกรธจัด เขารวบรวมคนรับใช้ทั้งหมดเพื่อตามหาคนร้าย แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกคนต่างกล่าวโทษสาวใช้ผู้อุ้มท้องแก่ใกล้คลอดคนนั้น และเธอก็ถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์ในวันเดียวกันนั้นเอง แม้ว่าเธอจะปฏิเสธเสียงแข็งและร้องไห้จนน้ำตาแทบกลายเป็นสายเลือด แต่มาร์ควิสผู้กำลังกลัดกลุ้มด้วยความเป็นห่วงบุตรชายก็ไม่ได้เห็นเธออีก อนาสตาเซีย มารดาผู้คลั่งแค้นได้เอ่ยปากสาปแช่งและเตรียมเอาชีวิตทารกชายจากครรภ์ของหญิงผู้นั้น แต่สุดท้ายแล้ว เด็กที่คลอดออกมาก็เป็น “หญิง” ทั้งสองแม่ลูกที่หนีหัวซุกหัวซุนไปตามซอกหลืบของท้องถนนจึงยังคงรักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ได้ จากเหตุการณ์นั้น คีแรน ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเบลก็ล้มป่วยด้วยโรคที่ยากต่อการรักษาแม้ว่ามาร์ควิสจะพยายามเสาะหายาชั้นเลิศจากทั่วแผ่นดิน แต่คีแรนยังคงเข้าใกล้ความตายอย่างช้าๆ โดยไม่มีความหวังแม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้นกับแม่ของเด็ก” มาร์ควิสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่มองไปยังมือที่กำหมัดแน่นของภรรยา เธอพยายามสงบสติอารมณ์พร้อมตอบกลับ
“ฉันไม่รู้ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะตายไปแล้วก็ได้ แต่ช่างเถอะ ยังไงเธอก็เลี้ยงดูเด็กคนนี้มาอย่างดีแม้จะต้องอาศัยอยู่ข้างถนนก็ตาม”
“อยากให้เธอตาย?”
“แน่นอน!” เธอตอบอย่างเย็นชา
มาร์ควิสถอนหายใจ เขายื่นมือไปรั้งตัวภรรยาให้เข้าสู่อ้อมอก ใบหน้าของอนาสตาเซียคลายลง ในที่สุดเธอก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่เธอรัก
“ไม่มีใครอาจหาญมาว่าคีแรนได้ ไม่ว่าเขาจะอ่อนแอแค่ไหนเขาก็จะยังมีชีวิตอยู่ ไม่ต้องคิดมากไปหรอกฉันไม่ได้จะยกโทษให้กับผู้หญิงที่ทำอย่างนั้นกับลูกชายของเรา”
มาร์ควิสลูบหลังที่สะอื้นไห้ของภรรยา หลังจากคีแรนล้มป่วยและต้องทนทุกข์ทรมานขนาดนั้น จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่อนาสตาเซียจะรู้สึกแบบนี้ อันที่จริงเลือดของเขาก็เดือดพล่านทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เขาไม่สามารถให้อภัยผู้หญิงคนนั้นได้ ไม่ว่าเขาจะรู้สึกรักใคร่เธอมากแค่ไหนก็ตาม “ฉันจะไม่ยกโทษให้เธอจนกว่าฉันจะตาย ฉันขอสาบาน” เขากระซิบที่ข้างหูภรรยา
ฤดูหนาวมาถึงแล้ว เลนนอนผู้ดูแลสวนของตระกูลเบลได้นำเตาแบบพกพาที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมายังเรือนกระจก
ตัวเตาถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้ในงานเลี้ยงน้ำชาของสตรี พวกมันถูกทำมาอย่างดีจึงไม่มีทั้งควันและกลิ่นไหม้ของถ่านไม้ สร้างความพึงพอใจให้แก่ครอบครัวเบลอย่างยิ่ง
“สวนของมาร์ชิโอเนสสวยทุกฤดูจริงๆ”
“ที่นี่ยังเล็กกว่าสวนของดัชเชสมากค่ะ”
“ฉันได้ยินมาว่าเธอชอบดอกไม้มากกว่าคน!”
“ฉันคงต้องเห็นด้วยกับคำพูดนี้”
ผู้หญิงสองคนพูดคุยต่อประโยคกันลื่นไหลราวกับนัดหมาย ส่วนสมาชิกหญิงคนอื่นๆ ในวงน้ำชาได้แต่ยิ้มอ่อน มาร์ชิโอเนสแห่งเซลบีมองดูบุตรสาวของตนวิ่งไปรอบๆ สวน หากเป็นที่คฤหาสน์เธอคงจะบอกเธอว่าอย่าทำเช่นนั้น แต่ในตอนนี้เธอทำได้เพียงยิ้มเพราะเด็กหญิงที่บุตรสาวกำลังเล่นด้วยคือ ‘เจ้าหญิงโรสิน่า’
“หิมะตกแล้ว!” เจ้าหญิงโรสิน่าส่งเสียงร้องขึ้น
ทุกคนจึงมองไปที่หน้าต่างกระจกและพบว่าหิมะกำลังตกจริงๆ
“มาริลินเราออกไปข้างนอกกันไหม” โรสิน่าถามอย่างตื่นเต้น
“ข้างนอกมันหนาวเกินไปตอนนี้ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว”
โรสิน่าหรี่ตามองมาริลินซึ่งดูไม่คล้ายคนกำลังเหนื่อยเลยสักนิด
“ดูเหมือนพวกผู้ชายจะออกจากห้องสมุดกันแล้วนะ” เธอพูดเป็นเชิงล้อเด็กหญิงและมาริลินก็หน้าแดงทันทีที่ได้ยิน
โรสิน่าจึงพูดต่อด้วยความมั่นใจ “ฉันขอร้องพี่ชายไม่ให้ขลุกอยู่แต่ในห้องสมุดอับๆ นั่น เดี๋ยวสักพักพวกเขาคงออกมาล่าสัตว์ข้างนอกกัน”
มาริลินทำท่าเหมือนกับปฏิเสธไม่ได้และตกลงที่จะออกไปข้างนอกทันที เหล่าท่านผู้หญิงและคุณนายต่างหัวเราะให้กับบทสนทนาของเด็กหญิง ทุกคนรู้ดีว่ามาริลินบุตรสาวของมาร์ควิสแห่งเซลบีแอบชอบบุตรชายดยุคแห่งอิฮาร์ และเนื่องจากตระกูลเบลไม่มีบุตรสาวเป็นคู่แข่ง ดังนั้นเธอจึงมีโอกาสสูงมากที่จะได้เป็นดัสเชสคนต่อไป ส่วนครอบครัวอื่นที่ต้องการแต่งบุตรสาวเข้าตระกูลอิฮาร์ย่อมไม่พอใจกับสถานการณ์นี้เท่าไหร่
“เอ๊ะ เด็กคนนั้นเป็นใคร? เขากำลังทำอะไรอยู่น่ะ?” โรสิน่าชี้ไปที่ด้านนอกในขณะที่หญิงรับใช้กำลังสวมเสื้อโค้ทตัวหนาให้กับเธอ ณ ตรงนั้นมีเด็กตัวเล็กคนหนึ่งที่ไม่ได้สวมเสื้อโค้ทยืนอยู่ข้างนอก ร่างของเขาสั่นเทาในขณะที่แหงนหน้าขึ้นบนท้องฟ้า ดูเหมือนเขากำลังชิมเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาบนมือของเขา
“ดูเหมือนเขากำลังกินหิมะอยู่เลย”
มาริลินหันศีรษะไปทางแม่ของเธอราวกับจะขอคำตอบ และมาร์ชิโอเนสแห่งเบลก็สั่นกระดิ่งของเธอด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
จากนั้นสาวใช้ก็วิ่งเข้ามา “พาคามิลเลียนไปที่ห้องของเขา” มาร์ชิโอเนสสั่ง
สาวใช้โค้งคำนับและสาวท้าวจากไปทันที ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถามทั้งๆ ที่บรรยากาศในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก “เขาคือเด็กที่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่เพราะอาการป่วยใช่ไหมคะ?”
มาร์ชิโอเนสยิ้มรับ แม้เธอจะรู้แก่ใจดีว่าผู้หญิงคนนั้นรู้ทั้งรู้ถึงเหตุผลที่คามิลเลียนมาอยู่ที่นี่แต่เธอก็ตอบกลับไป “เขายังอ่อนแออยู่มาก ดูขนาดตัวที่เล็กถึงเพียงนั้นของเขาสิ”
“เขาอายุเท่าไหร่?” โรสิน่าถาม
“เขาอายุ 12 ปีแล้วเจ้าหญิง”
“เขาดูคล้ายกับคีแรนมาก นี่เขาเป็นเด็กผู้ชายจริงๆ เหรอ? แต่เขาดูสวยมาก”
“เจ้าหญิงถามได้น่าสนใจจริงๆ” มาร์ชิโอเนสยิ้มในขณะที่โรสิน่าจ้องมองไปที่คามิลเลียนด้วยดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกาย สาวใช้เดินไปถึงตัวเขาแล้ว แต่ในจังหวะนั้นกลุ่มเด็กหนุ่มก็เดินเข้ามาและคีแรนโบกมือให้สาวใช้กลับไป เขารีบเอาเสื้อคลุมสวมให้กับคามิลเลียน จากนั้นเด็กผู้ชายคนอื่นๆ รวมถึงดยุคหนุ่มน้อยก็ปรากฏตัวขึ้น โรสิน่าหน้าแดงในขณะที่มาริลินเอ่ยขึ้น “ฉันคงอิจฉาเขามากๆ ถ้าเขาเป็นผู้หญิง เธอว่าเขาสวยใช่ไหม”
ตอนนี้คามิลเลียนอยู่ในวงล้อมของเด็กผู้ชายและต้องเผชิญหน้ากับโคลด์ เธอไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำตัวยังไงในสถานการณ์นี้
“ทำไมถึงมายืนอยู่คนเดียวเลียน? มากับพี่เถอะ” คีแรนดึงมือของลีอาให้เขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆ สายตาของเด็กผู้ชายคนอื่นที่มองลีอานั้นไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ยกเว้นโคลด์ที่ดูเฉยๆ ราวกับไม่แยแสการมีตัวตนของเธอ
“คีแรน ฉันต้องไปเรียน” ลีอาโกหกแต่คีแรนกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป
“นายจำผิดแล้ว เซอร์ธีโอดอร์จะมาสอนในวันพรุ่งนี้ต่างหาก”
ลีอารู้ว่าเธอไม่สามารถหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป จึงได้แต่เฝ้าดูลมหายใจของตัวเองที่เปลี่ยนเป็นสีขาวในอากาศระหว่างที่เดินตามเด็กชายไปเงียบๆ เมื่อทั้งกลุ่มเดินมาถึงจุดหมายก็พบว่าคนรับใช้ได้เตรียมปืนล่าสัตว์ไว้บนโต๊ะกำมะหยี่เป็นที่เรียบร้อย ลีอาเริ่มตัวสั่นขณะที่พูดด้วยเสียงเบาหวิวว่า “ฉันไม่ชอบล่าสัตว์”
หลังจากกินองุ่นจากชามผลไม้คริสตัลสุดหรู โคลด์ที่นั่งอย่างสง่างามอยู่บนโซฟาสีดำก็ใช้ดวงตาสีฟ้าจ้องมองมายังร่างเล็กของลีอาจนเธอไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้ ตอนนี้เด็กหนุ่มแต่ละคนมีคนรับใช้ถือร่มบังแสงแดดให้อย่างนอบน้อม
“โคลด์ นายสัญญาว่าจะสอนน้องชายของฉันยิงปืน”
“แน่นอน” เขาตอบ
เด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ใกล้กับโคลด์ยิ้ม ลีอาได้แต่หลบสายตาของพวกเขา หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายที่ชื่อตูลินเขาจ้องมองเธออยู่เช่นกัน
โคลด์ก้าวเข้าไปหาลีอาที่กำลังจ้องมองปืนอย่างขลาดๆ เธอกำมือแน่นในขณะที่เขาเอื้อมมือไปหยิบปืนพกที่เหมาะกับส่วนสูงของเธอ “ฉันมีคำถาม” เขาเอ่ยพลางขมวดคิ้ว
“ทำไมนายถึงกินหิมะ”
ลีอากระพริบตาปริบๆ พร้อมเค้นหาคำตอบอย่างสุดความสามารถ “ผมแค่อยากรู้”
“นายอยากรู้ว่าหิมะมีรสชาติยังไง?”
“ครับ” ลีอาตอบด้วยเสียงเบา ก่อนที่โคลด์จะหัวเราะเยาะเธอ
“มีแค่เด็กเร่ร่อนที่กินหิมะแทนเชอร์เบตไม่ใช่เหรอ” เขาพูดอย่างเย่อหยิ่ง
จบตอนที่ 5
………………………………………………………………………………………
ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^
…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ


ใส่ความเห็น