MPBAGS 06

ตอนที่ 6

ในฐานะเหยื่อฉันถามคันนะว่าเธออยากให้จัดการกับโดนูยังไงดี เดิมทีฉันจะจับเขาส่งทางการให้ได้รับโทษตามกฏหมาย แต่นี่มันเป็นอีกโลกนึงนี่นา แล้วอีแวนเจลีนก็เป็นชนชั้นสูง ถ้าจะลงโทษอาชญากรด้วยตัวเองมันอาจจะไม่มีปัญหาก็ได้

“เราควรจะขังเขาไว้ในคุกใต้ดินหรืออะไรสักอย่างดีไหม?”

คันนะและเฮนน่าต่างมองมาที่ฉัน ถ้าพวกเธอต้องการ ฉันยินดีจะจับเจ้าโดนูขังคุกให้มันกินข้าวแดงไปตลอดชีวิต

แต่คันนะกลับส่ายหัว เธอคิดว่าฉันทำเกินไปหรือ? โอ้วคันนะเธอเป็นนางฟ้าหรือเปล่า

“คอของเธอเป็นยังไงบ้าง”

ในตอนนี้บาดแผลที่คอของคันนะดูน่าเป็นห่วง รอยกรีดนั้นลึกกว่าที่ฉันคิด เส้นสีแดงยาวถูกวาดรอบคอเสมือนด้ายที่พันติดไว้กับลำคอสีขาว

ที่คฤหาสน์ยังมีน้ำศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่มั้ยนะ? ถ้านำมาใช้รักษาแผลของเธอจะช่วยให้หายสนิทรึเปล่า? บาดแผลจากการสู้รบอย่างมีเกียรติสามารถใช้เป็นเครื่องหมายแห่งศักดิ์ศรีได้ แต่แผลจากการถูกลักพาตัวไม่น่าจะน่าภูมิใจถึงเพียงนั้น

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ!”

คันนะตอบฉันด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดี ฉันรู้สึกงงนิดๆ แต่ในไม่ช้าก็เข้าใจ คงเพราะฉันไม่ได้รับปฏิกิริยาแบบนี้มานาน ผู้คนในคฤหาสน์เวลาเจอฉันถ้าไม่ก้มหน้าก็หน้าบึ้ง  

“เอ๊ะ..”

จู่ๆ เฮนน่าก็ร้องเสียงหลง เธอเอามือปิดปากด้วยความตกใจ สายตาของเธอตกไปอยู่ที่ด้านหลังของฉัน มีอะไรอยู่ตรงนั้นงั้นหรือ! หรือว่าเจ้าโดนู!

เมื่อฉันหันหลังไป สิ่งที่ได้เห็นกลับน่าช็อคยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก

ฉันคิดว่าเขาจะเงื้อมมีดขึ้นแทงมาที่ฉัน แต่เปล่าเลย เขาแทงใส่ตัวเอง

“เขาแทงคอตัวเอง!”

โดนูฆ่าตัวตาย ฉันช็อคมากที่เขาใช้มีดแทงคอตัวเองซึ่งเป็นจุดตายจริงแท้แน่นอน ไม่ใช่กรีดข้อมือหรือส่วนอื่น? นี่เขาอยากหนีความผิดมากขนาดนี้เลยเหรอ?

อาชญากรมักไม่อยากโดนลงโทษเลยใช้วิธีฆ่าตัวตายหนีความผิด แม้แต่ในโลกนี้ก็ไม่ต่างกันสินะ

“เขาตายแล้วค่ะ”

“อืม ฉันเห็นแล้ว”

ดวงตาของคันนะเปล่งประกาย เธอยิ้มพร้อมมองมาที่ฉัน

“ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ค่ะ”

คำขอบคุณของเธอก็ช่างสดใสและไพเราะ

เอ๊ะ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันดูสดใส เอ่อแล้วก็สว่างมากเป็นพิเศษ

‘รอบข้างไม่สว่างไปหน่อยเหรอ’

บ้า บ้าไปแล้ว! ไฟไหม้!

เปลวไฟลามขึ้นจากด้านหลังร่างของโดนู จากนั้นไม่นานรอบห้องก็สว่างไปด้วยแสงเพลิงเจิดจ้า ทำให้มองเห็นทุกสิ่งที่อยู่ในห้องได้ชัดถนัดตายิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ฉันจึงมองเห็นวงแหวนอัญเชิญวิญญาณที่วาดตรงกลางห้องได้อย่างชัดเจน ได้โปรดเถอะ นั่นคือสิ่งที่เขาขโมยมาจากฉันนะ

ถ้าอย่างนั้นไฟนี้… หรือว่าโดนูได้อันเชิญเทพแห่งไฟ นั่นคือการอัญเชิญเทพเชียวนะ! เฮ้…นายทำได้ยังไงช่วยฟื้นขึ้นมาบอกฉันที! ฉันไม่เอากระดาษคืนแล้วก็ได้!

ฉันรีบพาเฮนน่าและคันนะหนีออกจากบ้าน ยังดีที่เปิดประตูทิ้งไว้เมื่อตอนเข้ามา ด้วยเหตุนี้ ควันไฟบางส่วนจึงเล็ดลอดออกมาทางประตู ทำให้พอหายใจหายคอออกหน่อย

นับเป็นอาชญากรรมอีกอย่างที่เจ้าโดนูก่อขึ้นก่อนจะสิ้นใจ! เขาได้กลายเป็นนักวางเพลิง! นี่เรียกว่าเป็นการก่ออาชญากรรมซ้อนสามตั้งแต่ขโมย ลักพาตัว กระทั่งวางเพลิง

โชคดีที่เปลวเพลิงไม่ลามไปยังบ้านข้างๆ ไม่รู้ว่าบ้านเรือนที่นี่ใช้วัสดุอะไรกันแน่ถึงได้คุณภาพระดับโลกเบอร์นี้!

ภาพที่บ้านของโดนูถูกพระเพลิงเผาวอดวายเพียงหลังเดียวนั้นงดงามมาก

ฉันมองภาพนั้นพร้อมเสียน้ำตาเล็กน้อย อา คาถาอันเชิญวิญญาของฉัน…ไม่ใช่ว่าไหม้ไปหมดแล้วหรือ?

……………..

ผนังสีสนิมและขึ้นรา ซุปเย็นๆ เตียงแคบและแสนแข็งกับหน้าต่างสองบาน

นั่นคือโลกทั้งใบของคันนะ

พ่อของเธอเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป เพียงเพื่อหาเงินมารักษาพยาบาลอาการของคันนะ และตอนนี้พี่สาวของเธอก็รับสืบทอดหน้าที่อันแสนโหดร้ายนั้น

แม้ว่าคันนะจะกลืนกินสมาชิกในครอบครัวไปแล้วถึง 2 ชีวิต แต่เธอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแข็งแรงขึ้นแต่อย่างใด ยังคงทำได้เพียงนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงเล็กแคบหลังนั้น

แค่หายใจด้วยตัวเองยังลำบาก นับประสาอะไรกับการขยับมือไม้เพื่อช่วยเหลือตัวเอง ด้วยเหตุนี้ พี่สาวของเธอจึงต้องจ้างคนมาดูแลเธอในยามกลางวัน ด้วยภาระค่าใช้จ่ายอันสาหัสนี้ คงอีกไม่นานที่พี่สาวของเธอจะต้องถูกกลืนกินตามไปอีกคน

แต่คันนะก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เธออยากจะบอกให้พี่สาวเลิกดูแลเธอเพราะไม่มีความหวังแม้เพียงน้อยนิดที่เธอจะหายดี แต่ทว่าในจิตใจลึกๆ คันนะรู้ดีว่าตัวเองยังปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เธอสะอิดสะเอียนกับความเห็นแก่ตัวนี้

แต่พี่สาวกลับเรียกมันว่า “ความหวัง”

“คันนะ น้องเห็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกนั่นไหม พี่คิดว่าวันหนึ่งเธอก็จะเดิน วิ่ง ได้เหมือนกับพวกเขา เพราะฉะนั้นจงอย่าได้สิ้นหวังเป็นอันขาด เข้าใจมั้ย”

ตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินคำพูดนั้นของพี่สาว หน้าต่างบานเล็กก็กลายเป็นสิ่งพิเศษสำหรับคันนะโดยพลัน

ในชีวิตประจำวันเดิมๆ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือทิวทัศน์นอกหน้าต่าง พระอาทิตย์ขึ้น นกบิน เด็กๆ วิ่งเล่น พระอาทิตย์ตก ทุกคนกลับบ้านเพื่อทานอาหารเย็น และกลางคืนก็มาถึง

คันนะจินตนาการตัวเองเพิ่มเข้าไปในทิวทัศน์ในชีวิตประจำวันข้างนอก … เธอจะวิ่งไปรอบๆ บ้าน ออกเดินเท้าไปทำงานและกลับบ้าน

และวันหนึ่ง ฉากข้างนอกหน้าต่างก็มีตัวละครแสนพิเศษเพิ่มเข้ามา

‘วันนี้มันจะมาไหมนะ’

แมวสีทองตัวนั้นเดินผ่านหน้าต่างเงียบๆ จากนั้นก็หยุดแล้วนั่งมองคันนะอยู่ที่หน้าต่างเสมอ แล้วก็หายไปอย่างเงียบๆ เหมือนตอนที่มันเข้ามา

ถ้าหากฉันสามารถเดินได้ฉันจะตามหามันแล้วนำอาหารไปให้มัน แต่มันมีปลอกคอแสดงว่าคงจะเป็นแมวที่มีเจ้าของ อืม อย่างน้อยถ้าฉันให้ของว่างมันมันก็น่าจะไม่รังเกียจใช่ไหม

เจ้าแมวเริ่มเข้ามาอยู่ในจินตนาการของคันนะโดยไม่รู้ตัว

“คันนะ! คันนะ!”

และแล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิด

“เป็นยังไง? ไม่เจ็บแล้วเหรอ?”

“ฉัน…. ฉันสบายดี”

เสียงตอบรับอันสั่นเครือและติดขัดออกมาจากปากน้อยๆ ในขณะที่พี่สาวที่กอดเธอแน่นกำลังร้องไห้จนน้ำตาไหลอาบสองบ่าของเธอ คันนะรู้สึกพูดไม่ออก

พี่สาวไปทำงานรับใช้หญิงสาวคนหนึ่งในคฤหาสน์โรแฮนสันเพราะได้เงินเดือนดีมาก คุณหนูคนนั้นชื่ออีแวนเจลีน โรแฮนสัน และเมื่อเธอได้ยินเรื่องราวความป่วยไข้ของคันนะ คุณหนูผู้นั้นจึงหยิบยื่น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” มาให้ด้วยความเมตตา

ถ้าหากเป็นชาวบ้านธรรมดา การจะซื้อหาน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ได้สักหนึ่งขวดเล็กๆ จะต้องใช้เงินเก็บถึงครึ่งชีวิตจึงจะเป็นไปได้ คันนะรู้สึกสะเทือนใจและโกรธเคืองที่ชีวิตทั้งชีวิตของพ่อรวมถึงชีวิตที่เหลือของพี่สาวเธอกลายเป็นสิ่งที่มีราคาเทียบเท่ากับความเห็นใจง่ายๆ ของคุณหนูคนหนึ่ง!

“ขอบคุณพระเจ้า ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ ขอบคุณพระองค์”

ทันทีที่เธอได้ยินคำขอบคุณของพี่สาว ความโกรธของคันนะก็สลายไป เธอจะยังโกรธต่อไปได้ยังไงในเมื่อคนๆ นั้นทำให้พี่สาวของเธอมีความสุขถึงเพียงนี้?

อาการของคันนะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เธอเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น และความอยากอาหารก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อเธอเริ่มกินได้มากน้ำหนักของเธอจึงเพิ่มชึ้น พี่สาวของเธอพยายามหาสิ่งที่เธอชอบมาให้เธอกินเยอะๆ แม้ในตอนแรกเธอจะรู้สึกเขินอายแต่ก็ยินดีที่จะตามใจพี่สาวในทุกๆ เรื่อง ตอนนี้เธอมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำในสิ่งที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด

เธอเดินออกจากบ้าน เดินไปรอบๆ บ้านอย่างแข็งขัน พอเริ่มเหนื่อยเธอจะนั่งพักผ่อนสักครู่ที่หน้าประตู

เพราะไม่ได้ออกจากบ้านเป็นเวลานานเธอจึงไม่รู้จักใคร ทำให้ไม่กล้าที่จะพูดหรือคุยกับเด็กๆ แต่ท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจรอบตัว เห็นได้ชัดว่า บัดนี้เธอได้ก้าวข้ามมาอยู่ที่อีกฝั่งของ “หน้าต่าง” ได้จริงๆ แล้ว

‘แมวตัวนั้นหายไปไหนกันนะ?’

คันนะเคยขอให้เฮนน่าซื้อขนมสำหรับแมวมาให้ และเธอพกมันติดตัวไว้เสมอ แต่กลับไม่เคยได้เจอเจ้าแมวตัวนั้นอีกเลย หรือว่ามันเปลี่ยนเส้นทางเดิน? ไม่ใช่ว่ามีคนใจร้ายที่ไหนไปกลั่นแกล้งมันหรอกนะ

เพราะอยู่ข้างนอกนานเกินไปเธอจึงเริ่มรู้สึกหนาว และในขณะที่คันนะกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินเข้าบ้าน หางตาของเธอก็เห็นหางสีทองสะบัดอยู่ตรงทางเดิน

‘เจ้าแมว?’

คันนะจำได้ดีว่าเฮนน่านั้นสั่งนักสั่งหนาไม่ให้เธอออกนอกบ้านตอนกลางคืนโดยเด็ดขาด แต่ว่าตอนนี้ยังเป็นตอนกลางวันอยู่ เธอห่วงเจ้าแมวตัวนั้นจากใจจริงดังนั้นคันนะจึงตั้งใจว่าจะขอเดินไปดูมันเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่ทันทีที่เธอเข้าไปในตรอก ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น

และเมื่อคันนะลืมตาตื่นขึ้นอีกทีเธอก็อยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว

เธอถูกปิดปากมือและเท้าก็ถูกมัดอย่างแน่นหนา รอบข้างมืดไปหมด หลังจากนั้นไม่นานดวงตาของเธอก็ชินกับความมืดและมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวได้

ตอนแรกเธอคิดว่าอยู่คนเดียว แต่กลับมีผู้ชายนั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังอ่านบางสิ่งบนกระดาษอย่างตั้งใจ ชายคนนั้นต้องเป็นคนโจมตีเธอ คันนะออกแรงดิ้นด้วยความโมโห อย่างไรก็ตาม ร่างกายที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างใจ

“อะไรนะ ตื่นแล้วเหรอ? ฉันกำลังตั้งใจอ่านคาถาอยู่ เธอก็ช่วยอย่ารบกวนฉันได้ไหม”

เมื่อชายคนนั้นเข้ามาใกล้ กลิ่นคาวก็โชยเข้าจมูกของคันนะทันที เธอจำกลิ่นนี้ได้แม่นยำเพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมาเธออาเจียนเป็นเลือดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ยกเว้นว่าถูกมัดไว้ ดังนั้นกลิ่นคาวเลือดโชยมาจากชายคนนั้น

“รออย่างสงบๆ จนกว่าจะถึงตอนค่ำเถอะ”

ชายคนนั้นมองไปที่กำแพงแล้วพูดขึ้น คันนะพยายามบังคับร่างให้หันไปมองไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่เธอเห็นมันไม่เหมือนกำแพง มันเป็นเพียงไม้อัดตอกติดกับหน้าต่าง ภาพนั้นทำให้เธอแทบสิ้นสติ

หน้าต่างถูกปิดตายและเธอก็ถูกลักพาตัวมากังขังไว้ในห้องนี้ ความหวังนอกหน้าต่างที่เธอเคยมี ไม่สามารถเป็นไปได้เลยเมื่ออยู่ในนี้

เมื่อชายคนนั้นบอกให้เธอเงียบ เธอจึงไม่ทำตามคำขู่ของเขา

แต่ถึงเธอจะพยายามส่งเสียงอ้อนวอนขอร้องเขายังไงเขาก็ไม่ฟังแม้แต่น้อย ตอนนี้ยังไม่ค่ำ แต่ถ้าพี่สาวของฉันกลับมาถึงบ้าน เธอจะต้องเป็นห่วงแทบบ้าเมื่อไม่เห็นฉัน

ดูเหมือนในตอนนี้เธอจะกลับไปเป็นเด็กหญิงผู้ที่ทำได้เพียงนอนอย่างไร้หนทางบนเตียงผู้นั้นอีกครั้ง

เมื่อถูกความสิ้นหวังกลืนกิน คันนะจึงเปลี่ยนจากการวิงวอนเป็นการสาปแช่งแทน

ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าและค่ำคืนที่ชายผู้นี้เฝ้าปรารถนาก็มาถึง ชายคนนั้นจุดเทียนแล้วหยิบมีดขึ้นมา ไปตายซะ ไปตายซะ ฆ่ามันให้ตายซะ โดยไม่รู้ว่าคันนะกำลังพูดพร่ำอะไร ชายคนนั้นก็เต้นคลอไปกับเสียงพ่นคำสาปอันอู้อี้ของคันนะ เธอมองที่เกิดเหตุโดยไม่กะพริบตา

หลังเต้นรำรอบวงเวทย์เสร็จ ชายคนนั้นก็นั่งลงตรงหน้าคันนะ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้กำลังจะทำอะไร เพราะเธอได้ยินสิ่งที่มันอ่านตลอดทั้งเย็น

‘ฉัน…กำลังจะถูกถวายเป็นเครื่องสังเวยให้เทพแห่งแสง’

จบตอนที่ 6

………………………………………………………………………………………

ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^

…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ

ใส่ความเห็น