ตอนที่ 3
แสงแดดอันสดใสส่องผ่านแมกไม้ที่สูงเทียมคฤหาสน์อย่างอบอุ่น ในที่สุดฤดูฝนก็สิ้นสุดลง
“ฉันได้ยินว่าท่านผู้หญิงพาเด็กกลับมาด้วย เธอเห็นเด็กคนนั้นไหม?” คนรับใช้ต่างพากันซุบซิบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คนรับใช้ที่ทำหน้าที่ซักล้างกำลังจัดการกับผ้ากองโตอยู่ริมแม่น้ำซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของคฤหาสน์ และพวกเขาก็กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
“ฉันได้เห็นเด็กคนนั้น แต่บอกไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายกันแน่” อีกคนนึงพูดสวนขึ้น “ถึงเขาผมสั้นและแต่งตัวแบบเด็กผู้ชาย แต่ใบหน้านั้น…สวยเกินไป”
“จริงๆ นะ? ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นลูกนอกสมรสของมาร์ควิส ทำไมท่านผู้หญิงถึงพาเด็กกลับมาในเมื่อมีนายน้อยคีแรนอยู่แล้วทั้งคน? ฉันว่ามันไม่จำเป็นเลยสักนิด” อีกคนกล่าวสำทับ
หญิงรับใช้ที่กำลังย้ำผ้าปูที่นอนแลบลิ้นออกมา พร้อมพูดว่า “ก็ถ้าอาการป่วยของนายน้อยคีแรนรักษาไม่หายจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? แล้วถ้าชนชั้นสูงตระกูลอื่นๆ รู้เรื่องนี้เข้าล่ะฉันว่านายท่านคงพยายามแสดงให้เห็นว่าตระกูลเบลยังคงมีผู้สืบทอดอยู่ล่ะมั้ง?”
คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้นและมุ่งความสนใจไปที่การซักผ้าต่อ เมื่อเบ็ตตี้ออกมาเดินเล่นพร้อมกับลีอา คนรับใช้ต่างเงียบเสียงลงและลอบมองดูเธอเพื่อยืนยันว่าข่าวลือเป็นจริงหรือไม่
“เขาเป็นเด็กผู้ชายจริงๆ เหรอ?” หญิงรับใช้คนหนึ่งกระซิบ
“เขาดูเหมือนนายน้อยคีแรนจริงๆ ด้วย” อีกคนหนึ่งพูด
หญิงรับใช้ต่างประหลาดใจกับผมสีบลอนด์น้ำผึ้งและดวงตาสีมรกตคู่งาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครเป็นพ่อของเด็กคนนี้ นั่นเพราะลักษณะเด่นของตระกูลเบลได้ฉายชัดอยู่บนตัวของเขาอย่างชัดเจน เด็กน้อยมุ่งหน้าไปยังเรือนรับรองที่ปลูกแยกออกจากตัวคฤหาสน์และเดินผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบทั้งสองข้างทางตามรสนิยมของมาร์ชิโอเนส ที่นั่นเป็นสถานที่ส่วนตัวของคีแรน
*
ลีอาขังตัวเองอยู่ในห้องตลอดสิบวัน เธอรับประทานอาหารที่เบ็ตตี้นำมาให้และได้แต่นอนจนปวดหัวปวดหลังไปหมด คนเดียวที่เธอได้พบในระหว่างนี้คือช่างตัดผมส่วนตัวของมาร์ชิโอเนส เขาเป็นผู้ชายที่มีน้ำเสียงอันนุ่มนวลแถมยังตัดแต่งผมของเธออย่างดีจนออกมาดูเรียบร้อยสวยงาม
เธอเคยคิดที่จะหนี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คิดถึงเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เธอก็สูญเสียความกล้าหาญไปจนหมด สถานที่แห่งนี้ใหญ่โตเกินไปและเธอก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร เธอจึงใคร่ครวญด้วยสมองน้อยๆ ว่าหากเธอเชื่อฟังคำสั่งของท่านผู้หญิง บางทีเธออาจได้พบกับแม่ก็ได้ ดังนั้นลีอาจึงตัดสินใจทำตามที่มาร์ชิโอเนสสั่ง
“เบ็ตตี้ เราใกล้ถึงที่นั่นหรือยัง?” ลีอาถาม
สาวใช้ยิ้มขณะชี้ไปที่น้ำพุอันวิจิตรงดงาม “เกือบถึงแล้วค่ะ ต่อไปคุณหนูต้องจำทางให้ได้เนื่องจากชั้นเรียนหนังสือของคุณหนูจะจัดขึ้นในเรือนรับรองของนายน้อยคีแรนนับจากนี้เป็นต้นไป”
“สถานที่นี้…” ลีอาพึมพำ “ช่างใหญ่โตมากจริงๆ” ลีอามองดูคฤหาสน์ที่มโหฬารและเต็มไปด้วยผู้คนด้วยความหวาดกลัว
“คุณหนูจะชอบที่นี่ในไม่ช้า” เบ็ตตี้พูด “อาจารย์ธีโอดอร์เป็นอดีตอาจารย์ของนายน้อยคีแรนในวิทยาลัย น่าเสียดายที่เขาต้องเกษียณเนื่องจากปัญหาสุขภาพเมื่อปีที่แล้ว”
เบ็ตตี้เอ่ยด้วยเสียงอันอ่อนน้อม ตอนนี้เธอสุภาพและให้เกียรติลีอามากขึ้น แต่ลีอาอยากให้เบ็ตตี้เป็นเหมือนเบ็ตตี้คนเดิมก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นมากกว่า ก่อนที่เธอจะกลายเป็น “เบล” แต่เบ็ตตี้ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมทำตามคำขอนี้ของลีอาโดยเด็ดขาด
“ฉันไม่รู้วิธีเขียนและคำนวณพวกนั้น” ลีอาพูดเสียงอ่อย
“ตอนนี้คุณเป็นทายาทของตระกูลเบลและเป็นลูกชายของมาร์ควิสเพราะฉะนั้นต้องวางตัวให้เหมาะสมนะคะ” เบ็ตตี้ย้ำ
“มันยากเกินไป”
ลีอาเดินตัวลีบไปตลอดทาง อากาศสดชื่นหอมกลิ่นดอกไม้พัดผ่านผิวขาวผ่องของเธอ ตอกย้ำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ห่างไกลจากบ้านมากเหลือเกิน
“นายท่านมาร์ควิสจะกลับมาในไม่ช้า ดิฉันได้ยินมาว่าท่านทำธุรกิจทางเหนือสำเร็จเป็นอย่างดี ท่านจะดีใจมากที่ได้พบคุณหนู” เบ็ตตี้พูด ขณะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่สวยงามและปลอดโปร่ง
ลีอาไม่อยู่ในอารมณ์สุนทรีแม้แต่น้อย น้ำพุที่วิจิตรงดงามพร้อมด้วยสวนกุหลาบแสนสวยไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแจ่มใสขึ้น แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเศร้าหมองยิ่งกว่าเดิม เธอกลัวเหลือเกินว่าชีวิตน้อยๆ ของเธอจะถูกพัดเข้าสู่เรื่องราวที่ไม่อาจควบคุมได้และเธอก็ไม่สามารถทำสิ่งใดเพื่อหยุดยั้งเรื่องนั้นได้เลย
เมื่อพวกเขามาถึงเรือนรับรองนอกบ้านของคีแรน เสียงปืนก็ดังขึ้น ฝูงนกพากันบินขึ้นฟ้าพร้อมส่งเสียงร้องดังไปทั่ว ลีอาไม่สามารถขยับขาได้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียกระสุนนัดอื่นๆ ตามมา เธอค่อยๆ หันไปตามทิศทางของเสียงและพบเด็กชายคนหนึ่งซึ่งดูแล้วน่าจะมีอายุพอๆ กับคีแรนยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับคีแรน เขายิ้มน้อยๆ เธอตะลึงไปกับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลและผมสีดำสนิทของเขา มันสวยงามมากเสียจนเธอไม่อาจละสายตาไปได้เลย ดูเหมือนว่าเขาจะสูงกว่าคีแรนช่วงศีรษะนึง
เด็กชายผู้มีดวงตาสีฟ้าและผมสีดำเพิ่งทดลองใช้ปืนไรเฟิลยิงนก คนรับใช้เดินเข้ามาหาเขาอย่างรู้งานพร้อมรับปืนไรเฟิลไปจากมือเขา เมื่อคีแรนหันมาเห็นลีอา เขาพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเรียกเธออย่างดีใจ
“เลียน!” คีแรนเรียกเธอ
เธอจำคำพูดของเบ็ตตี้ได้และก้มหน้าลง คีแรนสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วพร้อมกอดเธอเต็มรัก
ในขณะที่ลีอากำลังคิดว่าพูดอะไรดี “โคลด์” เขาหันไปหาเด็กชายคนนั้นพร้อมกล่าว “นี่คามิลเลียน เบล น้องชายของฉันเอง”
คีแรนเป็นฝ่ายแนะนำเธอ ลีอาจึงผละออกจากอ้อมกอดของเขา เด็กชายที่ชื่อโคลด์เดินเข้ามาหาทั้งสอง ฝีเท้าของเขาช่างเบาและท่วงท่าการเดินก็ดูสง่างามมากจนลีอาคิดว่าเขาเป็นเหมือนเทวดาที่มีปีกสีดำ
“พวกนายดูเหมือนกันมาก” โคลด์ตั้งข้อสังเกต
จากนั้นเขาก็ถอดถุงมือออกและรับแก้วน้ำจากคนรับใช้มาดื่ม ดื่มเสร็จเขาก็ถือปืนกระบอกใหม่ที่ดูประณีตยิ่งนัก โคลด์ขึ้นนกปืนก่อนชำเลืองมองไปที่ลีอา
“ปิดหูซะ” เขาเอ่ยเตือน
ลีอารีบเอามือปิดหูขณะจ้องไปที่เด็กผู้ชายซึ่งให้ความรู้สึกราวกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาคงรับรู้ได้ว่าเธอจ้องมองเขาเขม็งเลยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมหรี่ตาลงข้างหนึ่งเพื่อเล็งไปยังต้นไม้ก่อนที่จะเหนี่ยวไก กลิ่นของดินปืนตลบอบอวลไปทั่วสวนลาเวนเดอร์แห่งนั้น ท่ามกลางม่านควันบางเบา ลีอายังคงจับจ้องไปที่เด็กชายผู้สง่างาม เธอคิดว่าภาพนั้นช่างดูสวยงามและอันตรายไปพร้อมๆ กัน
จบตอนที่ 3
………………………………………………………………………………………
ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^
…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ
.


ใส่ความเห็น