MPBAGS 03

ตอนที่ 3

“ชื่อพุดดิ้งก็แล้วกัน”

พุดดิ้งร้องเหมียวๆ อย่างออดอ้อนเห็นแล้วหมั่นเขี้ยวชะมัด ถึงมันจะมีสามตาก็ช่างเถอะในเมื่อมันน่ารักน่าชังขนาดนี้ ในชาติที่แล้วฉันต้องยอมยกธงขาวเรื่องเลี้ยงแมวเพราะที่บ้านไม่ยอมอย่างเด็ดขาด ไม่รู้ว่าที่นี่ฉันจะเลี้ยงแมวได้ไหม

ฉันกำลังจะพาพุดดิ้งไปเข้ารับการตรวจโรค แต่พ่อบ้านบอกกับฉันว่าแค่นำน้ำศักดิ์สิทธิ์มาให้มันดื่มก็พอแล้ว โลกนี้นี่มันยังไงกันนะ ถ้าจะแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์แค่หยดเดียวแล้วไอ้การฆ่าล้างแมวเหมียวมันจะมีประโยชน์อะไร ทำไปเพื่อ! ระดับมาตรฐานสิทธิสัตว์บนโลกนี้มันช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ

เมื่อฉันเทน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงในอ่างน้ำ พุดดิ้งก็แลบลิ้นเลียมันอย่างเอร็ดอร่อย แต่เอ ทำไมดวงตาที่สามของมันถึงปิดอยู่ล่ะ? ดูๆ ไปแล้วจึงเหมือนมันมีดวงตาแค่สองดวงตามปกติเพราะขนที่ยาวฟูบังตาที่สามเอาไว้ อ้อ แสดงว่าโดยปกติแล้วพุดดิ้งจะมีแค่สองตาและตาที่สามจะเปิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น

หลังได้รับการยืนยันว่าพุดดิ้งดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์หมดแล้วพ่อบ้านก็ขอตัวออกจากห้องไป เย้!

“กินน้ำให้เยอะๆ นะเจ้าเหมียว นี่มันของดีเชียวนา”

***

ดูเหมือนว่าพุดดิ้งจะเห็นฉันเป็นแค่โรงแรมไม่ใช่เจ้าของ แถมเป็นโรงแรมที่ให้ทั้งที่พักและมื้ออาหารฟรีอีกด้วย…

จะว่ายังไงดีล่ะในขณะที่พุดดิ้งเป็นพวกรักอิสระขั้นสุด ฉันก็เหมือนพวกเก็บตัวขั้นสุดเหมือนกัน มันออกไปนอกห้องทุกวันแล้วกลับเข้ามานอนบนเตียงในตอนกลางคืน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงชอบออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกขนาดนี้

ฉันพยายามอย่างหนักที่จะใส่ปลอกคอให้กับพุดดิ้งเพื่อให้คนอื่นรู้ว่ามันเป็นแมวมีเจ้าของ สาวใช้แนะนำให้ฉันปักชื่อของมันไว้บนปลอกคอ เดิมที อีแวนเจลีนคนเก่าน่าจะถักหรือทำงานฝีมือสวยๆ เพื่อใช้เป็นปลอกคอให้เจ้าพุดดิ้งได้เพราะเธอดูเป็นหญิงสาวผู้เพียบพร้อมทางด้านงานฝีมือคนนึง แต่ในตอนนี้ฉันไม่รู้ทั้งหนังสือแล้วยังไม่รู้วิธีทำงานฝีมืออีกต่างหาก

สุดท้ายแล้ว ฉันก็ให้สาวใช้เตรียมข้าวของให้ เธอรีบจัดการแล้วนำมาให้ฉันโดยไม่อิดออดจากนั้นก็เผ่นแน่บออกไปทันที

ฉันนึกถึงสาวใช้คนที่บอกว่าจะให้ฉันยืมหนังสือเรียนตัวอักษรดูเหมือนว่าฉันจะไม่เห็นเธอหลายวันแล้ว ไหนเธอบอกว่าขอเวลาแค่วันเดียว หรือว่าเธอจะเปลี่ยนใจไม่ให้ยืมแล้ว

สาวใช้ที่นี่ทุกคนต่างก็ตัวสั่นงันงกเวลาที่ต้องรับใช้ฉัน ฉันจึงคิดว่าเจ้าของร่างคนเก่าคงเป็นหญิงสาวที่อารมณ์ร้ายไม่เบา แต่เธอคงจะมีปมในใจหรือถูกกลั่นแกล้งแบบลับๆ มาก่อนแน่ๆ เดี๋ยวนี้นิยายโรแมนติกแฟนตาซีกี่เรื่องๆ ก็ใส่พล็อตตัวเอกหรือแม้แต่ตัวร้ายถูกกลั่นแกล้งทั้งนั้น และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้ผู้สิงสู่อย่างเราๆ ต้องระวังตัวให้มาก ถ้าหากร้ายมาก็ต้องร้ายกลับ แต่แน่นอนว่าฉันไม่ลงมือทุบตีใครง่ายๆ หรอก

“ฉันขอโทษด้วยจริงๆ ที่เป็นเจ้าของที่ไม่ได้เรื่องขนาดนี้ แม้แต่จะเขียนชื่อแมวของตัวเองก็ยังทำไม่ได้เลย…” นี่ฉันต้องรีบเรียนรู้หนังสือให้เร็วที่สุดเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นผู้สิงสู่ที่ไม่ได้เรื่องได้ราวแน่ๆ

***

ฉันหลับไปและตื่นขึ้นมาจากนั้นก็อ่านหนังสือออกเป็นครั้งแรก!

นี่มันอะไรกัน? ง่ายๆ แบบนี้เลย? หรือเป็นการแก้ไขระบบที่ขัดข้องให้กับผู้สิงสู่ แต่ทำไมถึงเพิ่งมาแก้ไขเอาตอนนี้ไม่ทำให้มันเร็วกว่านี้? ถึงฉันจะเป็นคนอารมณ์ดีแต่เรื่องนี้มันก็ชวนให้หัวเสียจริงๆ เอาเถอะ ฉันได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยก็ดีเท่าไหร่แล้วที่ระบบได้รับการแก้ไขและฉันอ่านหนังสือออกได้เสียที

ตอนนี้ฉันสามารถอ่านและเขียนชื่อพุดดิ้งได้แล้ว!

ฉันจึงหันไปหยิบเข็มขึ้นมา ในเมื่อตอนนี้ฉันอ่านหนังสือได้แล้วก็น่าจะทำงานเย็บปักถักร้อยได้ด้วยเหมือนกันใช่ไหม

ผลลัพธ์ที่ได้คือหายนะ ฉันเขียนคำว่าพุดดิ้งลงไปแต่ปักออกมาเป็นอะไรก็ไม่รู้

หรือจะโยนทิ้งแล้วทำใหม่? ฉันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่แล้วพุดดิ้งก็ร้องออกมาพร้อมทำท่าเหมือนอยากให้ฉันสวมปลอกคอให้ เจ้านี่ช่างเป็นนางฟ้าน้อยๆ ของฉันจริงๆ!

ฉันสวมปลอกคอให้กับพุดดิ้ง ว่ากันว่าถ้าแมวยอมให้คุณสวมปลอกคอแต่โดยดีแสดงว่าคุณคือเจ้านายที่มันยอมรับ แต่พุดดิ้งของฉันค่อนข้างเชื่องอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ได้แสดงปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ ปลอกคอมีขนาดพอดีเป๊ะและฉันพยายามเย็บตะเข็บอย่างแน่นหนาเพื่อว่ามันจะได้ไม่หลุดง่ายๆ

“ชอบไหมพุดดิ้ง?”

พุดดิ้งเดินไปที่กระจกแล้วมองดูตัวเอง จากนั้นมันก็ขยับปากแล้วร้องเหมียวออกมาอย่างพึงพอใจ

ฉันคิดว่าภาพนี้ค่อนข้างดูแปลกประหลาด แมวของฉันรู้วิธีส่องกระจก โอ้ แมวในโลกนี้ช่างฉลาดอย่างเหลือเชื่อ…หรือว่าพุดดิ้งของฉันจะเป็นแมวพิเศษ? ท้ายที่สุดแล้วแมวของเราย่อมเป็นแมวที่ดีที่สุดในโลกเสมอ

***

เคานท์โรแฮนสันออกเดินทางไปพักยังบ้านที่อยู่นอกเมือง

อันที่จริงน่าจะเรียกว่าหนีไปมากกว่า เพราะเขาแทบจะเก็บเสื้อผ้าแล้วเผ่นออกจากคฤหาสน์ในตอนกลางคืนด้วยซ้ำ ในขณะที่อยู่ในคฤหาสน์เขากลัวเหลือเกินว่า “ดวงตาคู่นั้น” จะจับจ้องมาที่เขา และไม่ใช่แค่ท่านเคานท์หรอกที่กลัว เพราะทุกวันนี้สาวใช้เดซี่ยังคงหลับตาของเธอปี๋ในทุกครั้งที่ทำได้โดยไม่ยอมลืมตาง่ายๆ

พอพ่อบ้านถามเดซี่ว่าต้องการให้เขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อไปทำงานที่อื่นให้หรือไม่ เธอส่ายหน้าแล้วตอบว่าอยากไปอยู่ที่อารามชีมากกว่า เธอยังคงหลับตาพร้อมประสานมือในท่าสวดภาวนา

เมื่อท่านเคานท์ไม่อยู่ พ่อบ้านจึงต้องทำหน้าที่แทน และหน้าที่หนึ่งเดียวที่เขาต้องทำก็คือการดูแล (จับตาดู) อีแวนเจลีน เพราะงานอื่นๆ ท่านเคานท์สามารถสั่งการที่บ้านนอกเมืองได้ทั้งหมด

พ่อบ้านสูงวัยมองผ่านหน้าต่างไปที่ต้นซากุระซึ่งเบ่งบานอยู่ในสวน เขาเห็นคุณหนูผู้ดูบริสุทธิ์สดใสเดินเล่นอยู่ในสวนโดยมีแมวตัวหนึ่งเดินตามอยู่ข้างๆ เดาว่านั่นคงจะเป็นแมวที่เธอต้องการเลี้ยง แว่บหนึ่งภาพที่เห็นช่างดูสงบสุขและงดงาม ทว่าจากรอยเท้าสีแดงที่เขาเห็น ให้ตายเถอะแมวของคุณหนูใช่แมวธรรมดาจริงๆ หรือ?

สายตาของฉันคงจะพร่าเลือนไปหมดแล้ว ภายในคฤหาสน์ที่ฉันอยู่มาทั้งชีวิตตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท้องของปิศาจไม่มีผิด

พ่อบ้านปิดม่านและนั่งลง สาวใช้ที่นั่งตรงกันข้ามยกถ้วยชาขึ้นจิบ มือของเธอสั่นเทาแต่ยังดูดีกว่าเดซี่มาก

“ฉันได้ยินเสียงแมวร้อง”

เฮนน่าคือสาวใช้คนที่สองที่รับหน้าที่ดูแลอีแวนเจลีนต่อจากเดซี่ ในเมื่อเดซี่กลายเป็นแบบนั้นจึงต้องมีคนคอยดูแลคุณหนูแทน แน่นอนว่าด้วยค่าจ้างที่สูงขึ้นด้วย และเฮนน่าคือคนที่รับอาสาเข้ามาแทนที่เดซี่ แต่ตอนนี้เธอแจ้งกับเขาว่าเธอคงทำมันต่อไปอีกไม่ไหว พ่อบ้านมองไปที่เธอด้วยความเห็นใจ

ตอนนี้เด็กสาวสดใสสองคนได้เสียสติไปเรียบร้อย หลังจากดูแลคุณหนูอีแวนเจลีนได้เพียงวันสองวัน ต่อไปนี้คงจะหาสาวใช้มาทำงานนี้ได้ยากขึ้นไปอีก

พ่อบ้านกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แทนที่เขาจะเปล่งเสียงพูดตามปกติออกมาเสียงนั้นกลับกลายเป็นเสียงแมว เฮนน่าไม่ได้ยินสิ่งที่พ่อบ้านพูดแม้แต่น้อย เธอได้แต่เอามือปิดปากแน่น

“คุณหนูถามว่าเธอเลี้ยงแมวไหม ดิฉันก็ตอบไปว่าพวกมันตายไปหมดแล้ว แต่ทำไมฉันถึงยังได้ยินเสียง..”

ในตอนที่มีการฆ่าแมวเพื่อยับยั้งโรคระบาด เฮนน่าเคยทำความสะอาดซากแมวเหล่านั้น แม้เธอจะไม่เต็มใจทำแต่เป็นเพราะค่าแรงที่ดีกว่างานอื่นๆ เธอมั่นใจว่าซากแมวในกระสอบเหล่านั้นไม่อาจเปล่งเสียงร้องได้อีก แต่แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีเสียงร้องของแมวในยามค่ำคืน

พ่อบ้านไม่ได้ยินเสียงแมว อันที่จริงเขากำลังจะส่งจดหมายไปหารือกับท่านเคานท์เรื่องที่ว่าจะเขียนหนังสือรับรองการทำงานให้เฮนน่าดีหรือไม่ แต่ตอนนี้เฮนน่ากลายเป็นสาวน้อยที่ได้ยินแค่เพียงเสียงแมวร้อง พ่อบ้านจึงได้แต่เขียนโน้ตไว้บนกระดาษ เฮนน่าได้แต่ส่ายหัวไปมา

มันไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเธอจะได้ยินเสียงแมวที่นี่ สถานที่ๆ เต็มไปด้วยสิ่งไม่คาดฝันแต่หากย้ายไปทำงานที่อื่น คนจะหาว่าเป็นบ้าและปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนป่วย

“ดิฉันจะทำงานต่อไปค่ะ แม้จะไม่ได้ยินเสียงตามปกติ แต่ถ้าพยายามอ่านปากให้ดีก็น่าจะยังพอเข้าใจได้”

เฮนน่ามีน้องสาว เธอต้องทำงานเพื่อให้มีเงินมาดูแลน้องสาวที่ป่วยไข้ต่อไป

***

ท่านเคานท์ส่งจดหมายตอบกลับมาอย่างหัวเสีย แม้ว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีผลต่ออีแวนเจลีนแต่ไม่แน่ว่าจะมีผลต่อแมวตัวนั้นหรือไม่ พ่อบ้านเองก็ตั้งข้อสงสัยแต่เขาก็เชื่อฟังคำสั่งของท่านเคานท์และนำน้ำศักดิ์สิทธิ์มาใช้กับแมวทันที พ่อบ้านแอบรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเพราะราคาน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นสูงมาก คงจะมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่ใช้มันตามใจได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก

เฮนน่าอึ้งกับแผนที่จะให้แมวตัวหนึ่งดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหากป้อนสิ่งนั้นให้กับน้องสาวของเธออาการป่วยคงจะดีขึ้นแน่ๆ

“อยากได้ไหม”

เฮนน่าได้ยินเสียงพูดดังแว่วขึ้น เธอมองไปรอบๆ แต่ไม่พบใครอยู่ที่นั่นแม้แต่คนเดียว มีแต่แมวตัวหนึ่งเท่านั้น

แมวตัวนั้นใช่แมวของคุณหนูอีแวนเจลีนเลี้ยงหรือเปล่านะ?

“เธอจะตอบคำถามของฉันได้หรือยัง”

เอ่อ?

“ถ้าเธอต้องการน้ำนั่น ฉันมีวิธีที่จะทำให้เธอได้มันไป”

แล้วแมวตัวนั้นก็ลืมตาที่สามของมัน พร้อมมองไปที่เฮนน่า

มันเป็นปิศาจ! เฮนน่าวิ่งหนีไม่คิดชีวิต หากเธอรีบนำข้อมูลนี้ไปบอกพ่อบ้านว่าแมวของคุณหนูอีแวนเจลีนเป็นปิศาจ เธอจะต้องได้รับการตบรางวัลอย่างงามแน่นอน

แต่แล้วเธอก็หยุดวิ่ง

คนธรรมดาไม่สามารถซื้อน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว? เจ้าแมวตัวนั้นพูดว่ายังไงนะ? มันบอกว่ามีวิธี? พอคิดถึงภาพของน้องชายที่แข็งแรงสามารถวิ่งไปรอบบ้านด้วยรอยยิ้มสดใสแล้วเธอก็หันหลังเดินกลับไปยังทิศทางที่เพิ่งวิ่งจากมา แน่นอนว่าเจ้าแมวยังรออยู่ที่เดิม

เฮนน่าจึงทำการเปลี่ยนน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามคำสั่งของแมว เธอไม่รู้เหมือนกันว่ามันไปหาสิ่งนี้มาจากไหนเพราะแม้แต่ลวดลายบนขวดก็ยังเหมือนของจริงไม่ผิดเพี้ยน

พ่อบ้านไม่ได้พูดอะไรสักคำหลังจากเห็นแมวดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ปลอมเข้าไป มีเพียงเฮนน่าที่รู้ว่า น้ำศักดิ์สิทธิ์ ‘ของจริง’ สามารถใช้กับแมวปิศาจตัวนี้ได้ ไม่เหมือนกับคุณหนูอีแวนเจลีน

หลังจากวันนั้น เจ้าแมวจะมาหาเธอเป็นครั้งคราว พร้อมขอให้ทำสิ่งต่างๆ

ล่าสุด เธอต้องบอกให้คุณหนูปักชื่อแมวลงบนปลอกคอด้วยตัวเอง และยื่นปลอกคอพร้อมด้วยอุปกรณ์เย็บปักให้เธอ เมื่อมอบของเสร็จเฮนน่าก็วิ่งแจ้นออกจากห้องทันทีเพราะเกรงว่าจะทำให้คุณหนูโกรธ แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูจะลงมือปักชื่อให้เจ้าแมวด้วยตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

บนปลอกคอมีตัวอักษรแปลกๆ และเธอเรียกมันว่าพุดดิ้ง

หลังจากต้องทำตามคำสั่งของแมวปิศาจพร้อมรับใช้คุณหนูผู้แสนน่ากลัวมาได้พักหนึ่ง เธอก็เริ่มคำนวณรายได้ซึ่งน่าจะพอมีเหลือมากขึ้นซึ่งก็ต้องขอบคุณงานนี้ ระหว่างทางกลับบ้านเฮนน่าจึงสามารถแวะซื้อของโปรดให้น้องสาวได้

น้องสาวของเธอที่ได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์เริ่มมีอาการดีขึ้นทุกวันๆ และทานอาหารได้มากขึ้นด้วย เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เขาแทบจะดื่มกินอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ตอนที่ฉันกลับถึงบ้าน เธอมานั่งรออยู่ที่หน้าประตูพร้อมร้องเรียก “พี่สาว”

“อากาศเย็นแบบนี้มานั่งอยู่ข้างนอกทำไม”

“หนูอยากเห็นพี่นี่นา พี่กลับมาแล้วเข้าบ้านกันเถอะ!” “โอเคๆ คันนะ หยุดจ้องพี่ได้แล้ว”

น้องสาวกระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของเฮนน่า มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เหมือนความฝัน แม้จะต้องแลกกับการรับใช้คุณหนูและแมวปิศาจก็ตาม

เฮนน่าคิดว่าเธอตัดสินใจไม่ผิดที่ฟังคำแนะนำของเจ้าแมว หรือว่าเธออาจจะเข้าขากับมันได้ดี? แต่แล้วเธอก็ไม่ได้ยินเสียงแมวอีกต่อไป

จบตอนที่ 3

………………………………………………………………………………………

ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^

…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ

ใส่ความเห็น