ตอนที่ 2
ฉันค้นดูจนทั่วห้องของอีแวนเจลีนแล้วแต่ก็ไม่เจอไดอารี่เลยสักเล่ม เลยอยากลองไปค้นดูในห้องอื่นๆ เผื่อว่าเธออาจจะซ่อนไว้ก็ได้ อืม นี่ห้องน้ำ ห้องรับแขก อ๊ะ! ที่นี่!
เมื่อผลักประตูบานใหญ่ที่หนาหนักเข้าไป ก็เจอห้องที่ดูเหมือนห้องสตูดิโอ มีของหลายชิ้นถูกคลุมด้วยผ้าขาว และข้าวของหลายอย่างถูกจัดวางอยู่ในกล่องไม้ อ๊า มาอยู่ที่นี่นี่เอง!
สิ่งที่ถูกคลุมด้วยผ้าคือภาพวาด อืม น่าจะเป็นงานอดิเรกของอีแวนเจลีน มีทั้งกล่องสีและชั้นวางหนังสือ ฉันเดินไปแหวกผ้าม่านออกเพื่อให้แสงลอดเข้ามาก่อนหันหลังกลับมาโฟกัสที่หนังสือปกดำแปลกๆ เล่มนั้น เห็นได้ชัดว่าเนื้อหาข้างในถูกเขียนด้วยลายมือ มีแม้กระทั่งรอยเปื้อนของหมึก ดูจากลักษณะของตัวเลขที่เขียนไว้เจ้านี่จะต้องเป็นไดอารี่ชัวร์ 100 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่ฉันกำลังพลิกหน้ากระดาษอยู่นั้น ก็มีบางอย่างแปลกๆ อยู่ในเล่ม มันเป็นสัญลักษณ์ที่ดูคุ้นตาแปลกๆ
‘อัญเชิญวิญญาณ?’
รูปแบบเรขาคณิตในวงกลม นี่คือการอัญเชิญวิญญาณ 100 เปอร์เซ็นต์! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
แสดงว่าโลกที่ฉันเข้ามาอยู่นี้เป็นนิยายตามสมัยนิยมที่เน้นเรื่องเหนือธรรมชาติ อา ฉันไม่ได้กังวลว่าจะต้องวาดสัญลักษณ์อันเชิญวิญญาณอะไรนี่เท่าไหร่ ไม่ว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นจะเป็นวิญญาณ ปิศาจ หรือมังกร แต่อย่างน้อยตัวร้ายคงต้องมีความสามารถติดตัวเอาไว้สักอย่างเพื่อใช้ปกป้องบริวารสินะ
ในนี้ไม่มีผ้าใบเปล่าๆ และไม่มีกระดาษที่พอจะใช้ได้ ฉันจึงตัดสินใจวาดลงบนพื้นห้อง ยังไงของพวกนี้ก็ควรต้องวาดบนพื้นอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ
ฉันเลือกใช้สีแดงซึ่งมีเหลืออยู่มากที่สุดเพราะกลัวว่าถ้าเลือกใช้สีอื่นสีจะหมดก่อนวาดเสร็จ และใช้นิ้วมือจุ่มสีแทนแปรงที่แห้งแข็งจนใช้การไม่ได้
แรกสุด ฉันวาดวงกลมขนาดใหญ่ก่อน จากนั้นวาดสามเหลี่ยมซ้อนกันเป็นดวงดาว…ก่อนจะวาดตัวอักษรตามลงไป ในขณะที่กำลังใช้นิ้ววาดอยู่นั้นเสี้ยนไม้ที่อยู่บนพื้นก็ตำเข้าที่นิ้วจนเลือดออก นี่มันเจ็บใช่เล่น สุดท้ายฉันจึงทาสีส่วนที่เหลือด้วยแปรงแข็งๆ แทน ถึงจะลำบากสักหน่อยแต่ก็ดีกว่าใช้นิ้วจนต้องเจ็บตัว ยังไงเสียฉันก็ต้องฝึกฝนความสามารถนี้เอาไว้ใช้ในอนาคต
‘เสร็จแล้ว!’
มันดูยึกยือเล็กน้อยและให้ความรู้สึกแปลกๆ แต่ฉันก็เป็นคนวาดเองกับมือ! ถ้าเป็นอย่างในนิยายจะต้องมีบางอย่างโผล่ออกมาในทันที แต่นี่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือฉันต้องวาดภาพพร้อมท่องคาถา? มีคาถาเขียนไว้ใต้วงกลมอัญเชิญหลากสีบนกระดาษ… . แต่ฉันจะท่องมันได้ยังไงในเมื่อฉันอ่านหนังสือไม่ออก!
น่าเสียดายที่ฉันอุตส่าห์วาดพวกมันอยู่ตั้งนานสองนาน ดังนั้นฉันเลยพยายามท่องอะไรออกมามั่วๆ “อัญเชิญราชาวิญญาณ? วิญญาณ? มังกร? อัญเชิญ… ?”
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ได้โปรดเถอะ… ฉันอยากทำพันธสัญญากับใครหรืออะไรก็ได้ ช่วยออกมาหน่อย”
ดูเหมือนว่าฉันต้องท่องคาถาเหล่านั้นคู่กันไปด้วย เฮ้อ นี่ฉันคงต้องรีบเรียนเขียนอ่านให้ออกเสียก่อนแล้วค่อยกลับมาลองอีกครั้ง ในโลกนี้ คนที่ไม่รู้หนังสือคงจะอันเชิญอะไรไม่ได้แน่ๆ
***
เคานท์โรแฮนสันมองไปยังสาวใช้ตรงหน้าเขา
แม้ว่าเดซี่จะไม่ใช่อาชญากร แต่เธอก็ตื่นตระหนกถึงขีดสุดในขณะที่ส่ายหัวไปมาโดยหลับตาปี๋ นี่ออกจะเป็นกิริยาดูเกินเลยไปบ้างเมื่อพิจารณาจากนิสัยของเคานท์โรแฮนสันผู้เป็นนายจ้างที่ไม่เคยรังเกียจคนรับใช้
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เดซี่ คือสาวใช้ที่อยู่ข้างกายอีแวนเจลีน เพื่อจับตาดู ‘มัน’ ที่อยู่ในร่างของเธอ
เคานท์โรแฮนสันรู้เรื่องนี้ดี เขาไม่ตำหนิสาวใช้แม้แต่น้อย จะว่าไปเดซี่คือหนึ่งในสาวใช้คนสนิทของบุตรสาว ทั้งสองสนิทกันโดยไม่สนใจสถานะ ดังนั้น เดซี่จึงอาสาจับตาดู ‘มัน’ อย่างเต็มใจ ในที่สุดเคานท์โรแฮนสันก็เปิดปากขึ้นช้าๆ
“มันทำอะไรบ้าง”
“มันถามเกี่ยวกับคุณหนูอีแวนเจลีน ถามว่าเธออายุเท่าไหร่ มีความสัมพันธ์ยังไงกับคนในครอบครัว? เธอชอบกินอะไรหรือมีงานอดิเรกอะไรไหม? และมันยังทำตัวเหมือนเป็นคุณหนูจริงๆ พอฉันบอกว่าคุณหนูมักจะออกไปเดินเล่นในสวนทุกๆ แปดโมงเช้า มันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปในสวน…”
หลังพูดจบ เดซี่ก็ต้องปิดตาแน่น ขนตาของเธอสั่นไหวเบาๆ สิ่งที่เธอเพิ่งจะพูดออกไปช่างเหมือนกับการสารภาพบาปไม่มีผิด
‘นี่เหมือนกับมันกำลังพยายามเลียนแบบคุณหนูอีแวนเจลีนอยู่’ เดซี่ไม่อาจปฏิบัติภารกิจของเธอต่อไปได้เพราะมีอารมณ์อ่อนไหวเกินไป
“ตอนที่สาวใช้ที่เห็นมันเป็นลมหมดสติไป มันไม่สนใจเลยสักนิด”
ยังมีอะไรอีกนะ? เดซี่จำได้ว่าอีแวนเจลีนจ้องมองสาวใช้ที่ถูกหามออกไป อารมณ์ที่ปรากฏในดวงตาสีแดงงามคู่นั้นมีความเย้ายวนและเยือกเย็นประหนึ่งเห็นไส้เดือนกิ้งกือดิ้นทุรนทุรายอยู่ข้างทางไม่มีผิด
คุณหนูอีแวนเจลีนที่เดซี่รู้จักไม่มีทางมีสายตาแบบนี้ หญิงสาวผู้อ่อนแอและบอบบาง ผู้ซึ่งไม่เคยและไม่อาจพูดจารุนแรงกับใครได้ ในตอนนั้นเดซี่ได้แต่ก้มหน้าลง เธอกลัวที่จะสบตากับมัน จะว่าไป…สายตาของมันกำลังจ้องมองมาที่เธอหรือเปล่านะ?
“แล้วจู่ๆ มันก็บอกว่าอยากเรียนรู้ตัวอักษรเจ้าค่ะ”
“เรียนหนังสือ?”
เดซี่พยักหน้าและพูดต่อ
“มันบอกให้ดิฉันหาซื้อหนังสือไปให้ เพราะมันจำการเขียนอ่านไม่ได้เนื่องจากความจำเสื่อม”
เดซี่ไม่สามารถไปซื้อหนังสือให้ได้แต่ในเมื่อเธอรับปากไปแล้วจึงได้แต่ออกไปข้างนอก แล้วให้สาวใช้คนอื่นเข้ามาจับตาดูแทน แต่พอเธอกลับมาก็พบเพียงห้องที่ว่างเปล่า เดซี่เดินหาไปจนทั่วทั้งชั้นเพื่อดูว่ามันหายไปอยู่ที่ไหน แล้วก็เห็นว่าห้องสุดท้ายตรงสุดทางเดินชั้นสี่เปิดอยู่ ห้องนั้นเป็นห้องต้องห้ามที่คุณหนูไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป และไม่มีใครมีกุญแจไขเปิดได้ เธอจึงได้แต่สงสัยว่ามันเปิดประตูเข้าไปได้อย่างไร
เดซี่ลอบมองผ่านช่องประตูที่เปิดอยู่ เธอไม่กล้าแง้มเปิดให้กว้างขึ้นเพราะกลัวจะถูกจับได้ เธอกลั้นหายใจแล้วมองลอดช่องประตูเข้าไป จากนั้นก็เห็นมันกำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่
“เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่มันบอกว่าอ่านหนังสือไม่ออกต้องเป็นเรื่องโกหกเพื่อพยายามหลบเลี่ยงจากการติดตามของดิฉันเจ้าค่ะ และมันยังเปิดหนังสือกลับไปกลับมา และ และ….”
เธออยากจะลืมสิ่งที่ได้เห็นหลังจากนี้ไปทั้งหมด แต่ยิ่งอยากลืมเท่าไหร่ ภาพนั้นก็ยิ่งชัดเจนติดตามากขึ้นเท่านั้น
“มันจงใจทำให้นิ้วมีเลือดไหลออกมา แล้วใช้เลือดวาดลวดลายบนพื้น แค่มองไปที่สิ่งนั้นก็ทำให้ดิฉันอึดอัดแทบตายแล้วเจ้าค่ะ”
ในขณะที่มันใช้นิ้ววาดภาพบนพื้น เสียงครูดนั้นช่างบาดหูเหมือนเสียงของกรงเล็บสัตว์ที่ครูดกับพื้นยังไงยังงั้น
“และหลังจากนั้นมันก็พึมพำบางอย่าง ดิฉันแน่ใจว่าได้ยิน…คำว่า พันธสัญญา”
เดซี่ได้ยินไม่ถนัดนัก จึงเอาหูแนบกับประตู จากนั้นก็เผลอดันประตูให้แง้มเข้าไปเล็กน้อย เธอได้แต่ร้องภาวนาในใจหวังว่ามันจะไม่สังเกตเห็น แต่แล้วเธอก็สบเข้ากับสายตาคู่นั้น เดซี่หลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว และนั่นคือทั้งหมดที่เธอเห็น
“ถ้ามันเป็นพันธสัญญา….”
เคานท์โรแฮนสันเอามือลูบคาง รูปแบบและสัญญาที่วาดด้วยเลือด ไม่ว่าจะมองในมุมไหนก็ดูไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเลย ไม่ว่ามันจะเป็นคาถาอะไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสิ่งที่สิงสู่อยู่ในร่างกายของบุตรสาวจะดำมืดไม่เบา
เคานท์โรแฮนสันถอนหายใจ ทั้งหมดเป็นเพราะบุตรสาวของเขาฆ่าตัวตาย ทำให้ไม่สามารถจัดพิธีในวัดได้ ปัญหาคือแม้แต่น้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจขับปีศาจออกไปได้
คงไม่มีวิธีอื่น หรือทางเลือกอื่นนอกจากเฝ้าสังเกตการณ์มันต่อไป เขาพยายามให้กำลังใจเดซี่เพื่อให้เธอปฏิบัติภารกิจต่อไปอีกสักสองสามวัน แต่สาวใช้ตัวน้อยยังคงปิดตาแน่น ทำให้ท่านเคานท์อดถามไม่ได้
“แล้วจะปิดตาทำไม”
“ทำไมจะไม่ปิดล่ะคะ? ดิฉันกลัวจะแย่อยู่แล้ว”
***
เมื่อตื่นขึ้นฉันก็พบว่ามีแมวสามตาลายเสือดาวนอนอยู่ข้างๆ โลกนี้มันยังไงกันเนี่ย? ทำไมแม้แต่แมวถึงแปลกประหลาดพิกล? ฉันไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่มันนอนอยู่บนเตียงเดียวกับฉัน หรือว่าเป็นแมวที่อีแวนเจลีนเลี้ยงไว้ สงสัยฉันต้องถามจากสาวใช้เสียแล้ว
อืม สาวใช้เปลี่ยนเป็นคนใหม่อีกแล้ว สงสัยว่าจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลฉันและงานในคฤหาสน์คงจะยุ่งมาก
“ที่นี่เลี้ยงแมวหลายตัวหรือไม่”
“แมว? นานแล้วนะคะที่ในคฤหาสน์ไม่มีแมว เราฆ่าพวกมันทิ้งไปหมดแล้ว”
ฆ่าพวกมันทั้งหมด?
สาวใช้อธิบายว่าเป็นเพราะโรคระบาดที่เกิดจากแมว ดูเหมือนว่าไข้กาฬก็เป็นที่นิยมที่นี่เช่นกัน
<เมี๊ยว>
“…ฉันได้ยินเสียงแมวร้อง”
“ดิฉันไม่ได้ยินอะไรเลยเจ้าค่ะ”
“แปลกจัง…. เสียงร้องใกล้ขนาดนี้”
สาวใช้แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอย่างสิ้นหวัง ไม่! อย่าร้องไห้! ถ้าเธอร้องไห้ มันจะจับตัวเธอไป! เธอต้องตาย!
ฉันรู้สึกเจ็บในอกขึ้นมา แต่ก่อนฉันมักจะต่อต้านการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคนในครอบครัว… แล้วตอนนี้ล่ะเป็นยังไง ฉันต้องมาเจอการฆ่าล้างแมวที่นี่!
ถึงจะเป็นการฆ่าเพื่อหยุดยั้งโรคระบาดก็เถอะ แต่พวกมันก็ต้องตายไปโดยไม่มีความผิด พวกนักบวชหรือหมอจะคอยดูแลแมวพวกนั้นไม่ได้เลยเหรอ? แล้วฉันจะทำยังไงกับแมวตัวนี้ดี
ถ้าต้องฆ่ามันจริงๆ ฉันต้องได้รับอนุญาตจากท่านเคานท์ก่อน
เขาอยู่ในสำนักงาน? ฉันดีใจที่จำได้ว่าห้องทำงานของท่านเคานท์อยู่ที่ไหน ฉันจึงเดินลงบันไดมาชั้นนี้ ก่อนเคาะประตูแล้วพ่อบ้านก็ออกมาต้อนรับ
“ฉันต้องการพบท่านเคานท์”
“โปรดรอสักครู่”
พ่อบ้านรีบกลับเข้าไปแล้วออกมาใหม่
“ต้องขออภัยจริงๆ คุณหนู ท่านเคานท์ไม่สามารถปลีกตัวมาพบคุณหนูได้จริงๆ”
“อย่างนั้นเหรอ?”
ว้าว เป็นพ่อใจหินสุดๆ จริงๆ ถึงลูกสาวตัวเองจะตายแล้วฟื้นก็ไม่เคยมาเยี่ยมเลยสักครั้ง แม้กระทั่งฉันเป็นฝ่ายมาหาเองถึงที่ ก็ยังจะปฏิเสธ หรือเพราะลูกสาวของคุณเป็นนางร้ายอย่างงั้นเหรอ ถึงได้ใช้ข้ออ้างโง่ๆ เพื่อที่จะไม่พบหน้าเธอ?
“ถ้าคุณหนูมีอะไรจะพูดกับท่านเคานท์ สามารถบอกกับกระผมไว้ได้ครับ”
“ฉันอยากเลี้ยงแมว”
“เอมันใช่แมวหรือเปล่านะ…?”
“หรือไม่ใช่?”
“…ไม่”
เถอะน่า! อนุญาตให้ฉันเลี้ยงเถอะ!
จบตอนที่ 2
ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^
…………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ


ใส่ความเห็น