RTTSITTF 01

ตอนที่ 1

ฉันรู้สึกได้ถึงกระดาษที่ถูกขยำอยู่ในกำมือ ราวกับว่าแค่ออกแรงอีกนิดเดียวมันจะกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา ได้แต่หวังว่าฉันจะแก้ปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ได้โดยเร็ว

จะโยนกระดาษแผ่นนี้ทิ้งน้ำ ฝังไว้ใต้ดิน หรือจะเผาไฟทิ้งไปเลยดี ฉันคิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา แต่ไม่ว่าจะคิดจนหัวแทบแตกยังไง เนื้อความบนกระดาษก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายแล้ว ผู้นำตระกูลทั้งสองก็ต้องยอมจำนนต่อสัญญาของบรรพบุรุษ ส่วนเนื้อหาในสัญญานั้นก็แสนจะเรียบง่าย..

เรามาหมั้นหมายลูกหลานของเราหลังจากพวกเขาถือกำเนิดกันเถอะ

ก็นะ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เมาเละเทะ จนเขียนอะไรก็ตามที่นึกออกลงไป ดังนั้นสัญญาฉบับนี้จึงเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือกระดาษที่ใช้เขียนสัญญามันไม่ใช่กระดาษธรรมดาๆ นี่สิ

สัญญาที่เขียนบนนี้จะต้องถูกทำให้สำเร็จไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มิฉะนั้นจะเกิดผลลัพธ์ที่น่าหวาดกลัวตามมา

ในนิยายเรื่องนี้ สัญญาบ้าๆ บอๆ ฉบับนี้คือต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของ “มาเอเวีย มอร์กาน่า” กลายเป็นนรก

นั่นเพราะสามีของเธอเป็นคนที่ยอดแย่เกินคำบรรยาย

ฉันวางสัญญาลงแล้วยิ้มให้ผู้ชายสุดห่วยที่นั่งตรงข้าม

“เยี่ยมไปเลย การแต่งงาน…ฟังดูดีนี่”

“ก็ดีที่เข้าใจตรงกัน งั้นเรามาจัดพิธีแต่งงานที่ไม่ต้องใหญ่โตเกินไป เสร็จพิธีแล้วเธอก็ย้ายไปอยู่ที่เขตปกครองในศักดินาของฉัน แล้วก็ทำตัวให้เหมือนคุณผู้หญิงของบ้านจนกว่าฉันจะเรียก ที่จริงแล้วอยู่ที่นั่นก็คงไม่มีเวลาได้ทำตัวสบายๆ หรือหรูหราเกินไปนักหรอก” กิลเบิร์ต คาลลาคิส เตือนฉันด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองของเขา

เห็นๆ กันอยู่ ว่าเขาไม่ได้สนใจฉันแม้แต่นิดเดียว

อ่า ให้ตายเถอะ หมดคำพูดจริงๆ

ตอนที่อ่านนิยายเรื่องนี้ ฉันอดรู้สึกหงุดหงิดกับพล็อตเรื่องไม่ได้ แล้วยิ่งฉันต้องมาเจอเหตุการณ์ที่น่าหัวเราะนี้ด้วยตัวเองก็ยิ่งแล้วใหญ่

ให้ตายเถอะ ฉันพยายามบังคับสีหน้าอย่างเต็มที่แล้วนะ

“ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานกับคุณงั้นเหรอ?”

“……..ว่ายังไงนะ?”

“ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ แต่จะแต่งกับพ่อของคุณแทนยังไงล่ะ”

ใช่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเรียกเขาอย่างสุภาพนักหรอก ฉันอยากจะเรียกเขาว่า “นาย” ด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนกิลเบิร์ตจะไม่มีเวลามาสนใจเรื่องปลีกย่อยพวกนี้

“เธอเพิ่งพูดอะไรออกมา……. ดูเหมือนฉันจะหูฝาดไป ไหนเธอช่วยพูดใหม่อีกทีซิ”

ฉันต้องทนฝืนบังคับใบหน้าไม่ให้ยิ้มแทบตาย นี่นายต้องการให้ฉันล้างขี้หูให้มั้ย แต่ก็นะ ยังไงทนายที่มาเป็นพยานก็ต้องได้ยินสิ่งที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้อยู่แล้ว

“จะให้ฉันกำหินโง่ๆ ที่ไร้ค่าไว้ในมือทั้งๆ ที่รู้ว่ามีทองแท่งล้ำค่าอยู่ตรงหน้า.. ในเมื่อพ่อของคุณยังเป็นหนุ่มโสด เขาก็ยังมีคุณสมบัติที่จะทำตามสัญญาฉบับนี้ได้”

“ไม่มีทางที่คำพูดไร้สาระของเธอจะหมายถึงฉันใช่มั้ย”

“โอ้ พระเจ้า ฟังดูเหมือนฉันหมายถึงคุณงั้นเหรอ”

ฉันแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างแน่นอน

ใบหน้าของกิลเบิร์ตเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองทำผิดตรงไหนถึงได้ต้องมาพบเจอกับการดูหมิ่นแบบนี้ ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้ขออะไรมากไปกว่าการให้เธอทำตามสัญญาด้วยการเป็นคู่ชีวิตที่ซื่อสัตย์ก็เท่านั้น”

“แน่นอน ฉันจะเป็นคู่ชีวิตที่ซื่อสัตย์ แต่ไม่ใช่กับคุณ ฉันจะแต่งงานกับพ่อของคุณแทนยังไงล่ะ”

“……. ฉันไม่มีเวลามาล้อเล่นกับเธอหรอก ท่านหญิง” กิลเบิร์ตถอนหายใจ

“แค่บอกฉันว่าเธอต้องการอะไร เครื่องประดับ? ชุดสวยๆ? คนเราจะต้องโลภมากขนาดไหนถึงไม่พอใจกับตำแหน่งแกรนด์ดัชเชส?”

เฮ้ อย่ามาล้ำเส้นกันให้มากนัก นายคิดว่าเป็นคนเดียวที่มีเงิน? เป็นชนชั้นสูงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่งั้นเรอะ?

เขาไม่ใช่แม้แต่ลูกชายที่แท้จริงของแกรนด์ดยุคแท้ๆ เป็นลูกที่ถูกรับเลี้ยงเหมือนน้องชายของเขา

“ถ้าคุณอยากแต่งงานกับฉันมากขนาดนี้ คุณก็น่าจะเขียนชื่อของคุณไว้ในสัญญาไปซะเลย หรือว่าถ้าเขียนชื่อลงไปจะทำให้เสียศักดิ์ศรี? โอ้ หรือว่าคุณมีปัญหาทางร่างกายที่ทำให้ทำแบบนั้นไม่ได้?”

“ท่านหญิง!” กิลเบิร์ตคำราม

ฉันยิ้มหวานหยดย้อย

“ใช่ ฉันอาจเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลมอร์กาน่า แต่ถ้าพิจารณาจากฝั่งตระกูลของแกรนด์ดยุคคาลลาคิส เขามีลูกชายสองคน และทั้งตัวเขาและลูกชายอีกคนก็ยังเป็นโสด ดังนั้นฉันมีสามตัวเลือกให้เลือกไม่ใช่เหรอ”

ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะเข้าใจสถานการณ์หลังจากที่ฉันอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

เขาทำหน้าประหนึ่งว่าฉันกำลังพูดพล่ามไร้สาระ

“ยังไงก็เถอะ พ่อของฉันไม่ก้าวออกจากห้องง่ายๆ ส่วนน้องชายของฉันยังเด็กเกินไป…….”

“อ้าว นี่คุณยังไม่ไปอีกเหรอ? ฉันคิดว่าการพูดคุยของเราจบลงแล้วเสียอีก”

ฉันเหลือบมองไปที่ทนายความ พร้อมตัดบทคำพูดเพ้อเจ้อของเขาด้วยความแม่นยำราวกับใช้มีดตัด ด้านทนายความก้มหน้าก้มตาดูสัญญาอย่างเงียบๆ

ฉันพยักหน้าเป็นสัญญาณเพื่อบอกให้กิลเบิร์ตกลับไป

“ฉันขอฝากคำทักทายและความเคารพไปถึงแกรนด์ดยุคด้วยนะคะ”

ฉันไม่จำเป็นต้องเดินออกไปส่งนายใช่มั้ย? ฉันไม่ลงทุนขนาดนั้นหรอก

ในที่สุดกิลเบิร์ตก็จากไปพร้อมกับทนายความ ทิ้งไว้เพียงถ้วยน้ำชาหน้าเก้าอี้อันว่างเปล่า เอ่อ อันที่จริงฉันไม่รู้ว่าเขาอยากจะเขวี้ยงถ้วยน้ำชาใบนี้ใส่หน้าฉันตอนที่ถูกปฏิเสธหรือเปล่า แต่ฉันก็สั่งให้สาวใช้โยนถ้วยน้ำชาทิ้งไปไกลๆ จากนั้นโมนิก้า เอเลน ก็เข้ามาหาฉันในห้อง

“เป็นยังไงบ้าง?”

เธออยากรู้ผลการพูดคุย ฉันคิดว่าเธอจะรอจนเรื่องนี้สะสางเรียบร้อย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะอยากรู้จนทนไม่ไหว

“ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าทีเดียว”

“นี่ไม่ใช่ว่าเธอแอบชอบนายน้อยแล้วหรอกนะ? จำไว้ให้ดีล่ะ ว่าครอบครัวเอเลนเข้าข้างครอบครัวมอร์กาน่าเสมอ แต่ครั้งนี้เราจะไม่เพิกเฉยต่อเรื่องนี้แน่นอน”

ฉันรู้สึกแปลกๆ ที่ได้ยินคำพูดของโมนิก้า ในนิยายเธอมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับกิลเบิร์ต

“…..นายน้อยคนนั้นน่ะเหรอ น่าตลกที่เขาพยายามแสร้งทำเป็นเป็นผู้สูงศักดิ์ตั้งแต่เกิดเพียงเพราะเขาถูกรับเลี้ยงในครอบครัวที่สูงส่ง”

อืม ในนิยายบอกไว้อย่างนั้นนี่นะ ทุกครั้งที่มีโอกาส โมนิก้าจะพยายามเข้าไปคั่นกลางระหว่างความสัมพันธ์ของกิลเบิร์ตและมาเอเวียให้ได้ โดยเฉพาะการยกหัวข้อยอดนิยมอย่าง “ชาติกำเนิดอันต่ำต้อย” ของเขามาพูด เขาว่ายังไงนะ ความรักใคร่หลงใหลของบุรุษไม่คงทน มันจืดจางได้ง่ายดายถึงขนาดแค่วาดคิ้วไม่เท่ากันก็หมดรักได้แล้ว โมนิก้ามักจะพูดซ้ำๆ ในเรื่องนี้เสมอ

“เธอเห็นด้วยใช่มั้ย มาเอเวีย”

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่า เมื่อมาเอเวียพยักหน้าเห็นด้วย โมนิก้าก็คาบเรื่องนี้ไปบอกกับกิลเบิร์ตราวกับรอให้เธอตกหลุมพราง

“คุณรู้มั้ยมาเอเวียคอยดูถูกคุณลับหลัง… ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำยังไงกับเรื่องนี้”

โมนิก้าสร้างข่าวลือว่ามาเอเวียกำลังพูดลับหลังเขา เมื่อโมนิก้าบอกว่าเธออยากให้มาเอเวียมีความสุข กิลเบิร์ตกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเกินจะทนสำหรับเขา

เขาโกรธจัดและมาไล่ถามมาเอเวียว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

ในสถานการณ์แบบนั้น มาเอเวียไม่สามารถพูดคำแก้ตัวออกมาได้ กิลเบิร์ตจึงเริ่มเกลียดเธอและไม่ได้พยายามปกปิดความรู้สึกเลยแม้แต่น้อย

โมนิก้ายังคงแสดงท่าทางน่าสงสารขณะใช้มือม้วนเส้นผมที่มีสีแดงของเธอเล่น

“ไม่ว่าฉันจะทุ่มเทความคิดเท่าไหร่ แต่มันก็มากเกินไปสำหรับเธอจริงๆ แค่ลองนึกภาพว่าเธอต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในดินแดนทางเหนือที่แห้งแล้งและไม่มีอะไรให้ทำ……”

ฉันยิ้มตอบอย่างสดใส

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ฉันไม่ลงสนามในเกมที่ตัวเองจะแพ้แน่นอน”

“อา! อย่างที่คิดไว้เลย! เธอต้องตั้งหน้าตั้งตารอที่จะหย่าทันทีใช่ไหม? ถ้าเป็นตระกูลมอร์กาน่าพวกเขาก็คงจะจัดการได้ แต่ถ้าแต่งงานไปแล้วแล้วจะมาหย่าแบบนั้นจะไม่กลายเป็นเรื่องยุ่งยากเหรอ?”

โมนิก้ายังคงพูดไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดฟังคำตอบของฉัน

“ยังไงนายน้อยกิลเบิร์ตก็เป็นผู้ชายที่หล่อเหลา ในเมืองหลวงไม่ใช่จะได้เห็นผู้ชายที่ดูดีแบบนี้ได้ทุกวันซะเมื่อไหร่”

“เมืองหลวงมันคับแคบจะตาย”

“ขอโทษ? เมืองหลวง……คับแคบ?”

เธอเบิกตากว้าง ราวกับกำลังได้ยินเรื่องน่าเหลือเชื่อ

เธอก็ควรออกไปได้เสียที น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว

ฉันจึงกดกริ่งเรียกสาวใช้โดยพลัน

“โมนิก้า ไม่ต้องห่วงนะอยู่ที่นั่นฉันจะมีความสุขมาก ได้อาศัยอยู่ทางเหนือที่แสนอบอุ่นกับสามีที่มองฉันเพียงคนเดียว”

แต่กิลเบิร์ตก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามที่คาดไว้ ไม่กี่วันต่อมากิลเบิร์ตขอพบฉันอีกครั้ง ฉันปฏิเสธเขาและบอกว่าฉันเป็นหวัด หลังจากนั้น เขาก็ส่งช่อดอกไม้พร้อมจดหมายมาให้ฉัน

ซาร่าห์สาวใช้คนสนิทของฉันถึงกับประหลาดใจ แต่ในท้ายที่สุด เธอก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“เขากล้าดียังไงที่ส่งเบญจมาศขาวมาให้ท่านหญิง! นี่มันเป็นการประกาศสงครามกับท่านหญิงชัดๆ”

ซาร่าห์เอามือคว้าที่หลังคอของเธอเมื่อรู้สึกว่าความดันโลหิตเริ่มพุ่งสูงขึ้น แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการที่กิลเบิร์ตกำลังจะก่อเท่านั้น

เพื่อถนอมสาวใช้คนสำคัญของฉัน ดังนั้นฉันจึงส่งเธอไปตรวจสุขภาพแล้วสั่งให้ไปพักทันที

“ฉันไม่คิดว่าเขาจะประกาศสงครามอะไรหรอก ฉันว่าเขาเลือกเพราะสีขาวดูเป็นผู้ดีมากกว่า สำหรับฉันดอกไม้ก็ไม่ต่างจากคนนักหรอก”

แต่แม้ว่าฉันจะอธิบายให้เธอฟังยังไง เธอก็ไม่เข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร

“ตระกูลของแกรนด์ดยุคไม่สอนมารยาทหรือสามัญสำนึกกันเลยเหรอ?”

“ฉันไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะบังคับให้เขาเรียนมารยาท เพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางได้เป็นผู้สืบทอดอยู่แล้ว”

ในทางเทคนิค กิลเบิร์ต คาลลาคิส ถือเป็นความล้มเหลว เพราะตัวละครหลักของนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่กิลเบิร์ต แต่เป็นน้องชายของเขา เรฮัน คาลลาคิส กิลเบิร์ตถูกกำหนดให้เป็นวีรบุรุษผู้ชั่วร้าย ผู้เป็นที่สองตลอดกาล

ต่างจากฉันที่สงบนิ่ง ซาร่าห์เสียการควบคุมตัวเองและเอาแต่ร้องไห้เพราะสงสารฉัน

“ฮือ……….. ฉันใส่ดอกไม้พวกนี้ลงในแจกันไม่ได้จริงๆ”

ก็ได้ ก็ได้ เข้าใจแล้ว ฉันเองก็เกือบจะพังหน้าจอมือถือในตอนที่อ่านนิยาย จำได้ว่าตอนนั้นเปิดข้ามไปดูตอนที่กิลเบิร์ตถูกลงโทษแทบไม่ทัน

“โยนทิ้งไปให้หมด”

“โยนทิ้งไปจริงๆ หรือเจ้าคะ”

“โยนทิ้งไปไกลๆ เลย”

ฉันมองไปที่จดหมายพร้อมชี้ไปที่มัน ถึงไม่เปิดอ่านก็รู้ว่าข้างในจะมีเนื้อหายังไง คนหยิ่งยโสอย่างกิลเบิร์ต เขาน่าจะยังไม่ได้บอกแกรนด์ดยุคด้วยซ้ำ นี่คงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันแต่งงานกับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ซาราห์ไม่ต้องถามฉันซ้ำสอง เธอโยนช่อดอกไม้และจดหมายทิ้งไปด้วยสีหน้ารังเกียจ

จบตอนที่ 1

คะแนน: 5 จาก 5.

ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^

…………………………………………………………………………………………
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ

2 ตอบกลับไปที่ “RTTSITTF 01”

  1. rinrana อวตาร
    rinrana

    รอตอนต่อไปนะคะ
    แปลดีจังเลยค่ะ

    ชื่นชอบโดย 1 คน

    1. Unnie Taan อวตาร

      ขอบคุณมากจ้า ทยอยลงเรื่อยๆ น้า

      ถูกใจ

2 ตอบกลับไปที่ “RTTSITTF 01”

  1. รอตอนต่อไปนะคะ
    แปลดีจังเลยค่ะ

    ชื่นชอบโดย 1 คน

    1. ขอบคุณมากจ้า ทยอยลงเรื่อยๆ น้า

      ถูกใจ

ใส่ความเห็น