PBPGD 01

ตอนที่ 1

ฤดูฝนในจักรวรรดินั้นยาวนาน บางครั้งฝนก็ตกติดต่อกันมากว่าสิบวันเต็ม ผู้คนต่างเฝ้ารอแสงตะวันส่องผ่านหมู่เมฆ แม้จะมีความหวังริบหรี่แต่บางทีพวกเขาก็ลองเสี่ยงก้าวเท้าออกนอกบ้านเพื่อที่จะต้องกลับเข้าบ้านพร้อมกับความผิดหวัง สายฝนที่ตกกระหน่ำลงมานั้นเท่าเทียมไม่ว่าจะตกเหนือพระราชวัง ใจกลางเมือง หรือสลัมก็ตาม

ในตรอกเล็กแคบอันมืดมิด ที่แม้แต่บุรุษไปรษณีย์ยังขยาด ไม่กล้าเข้าไปส่งจดหมาย เรื่องเลวร้าย อาชญากรรม หากเกิดขึ้นในบริเวณนี้ก็ยากที่ตำรวจจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือราวกับเป็นสถานที่ที่ถูกลืมแห่งหนึ่ง

รถม้าคันงามจอดอยู่เบื้องหน้าทางเข้าตรอกอันมืดมิดในย่านลูฟวร์ ไม่ว่าใครก็รู้ว่าเจ้าของย่อมต้องไม่ใช่คนที่นี่อย่างแน่นอนเพราะลำพังเลี้ยงปากท้องให้รอดไปสัปดาห์ๆ นึงยังแสนยากลำบาก

ชายรับใช้ในชุดคลุมก้าวลงมาเปิดประตูรถม้าพร้อมวางที่วางเท้าไว้คอยท่า ก่อนที่ส้นรองเท้าแสนหรูหราคู่หนึ่งจะย่างเหยียบตามลงมา

“โปรดระวังด้วย” เสียงต่ำกล่าว ชายฟันเหลืองที่ยืนอยู่ในเงามืดมองภาพนั้นไม่วางตา

“ท-ทางนี้ครับ”

ผู้หญิงที่ก้าวลงจากรถม้าส่งสายตาเย็นชาไปยังชายฟันเหลืองพร้อมสวมชุดคลุม ภาพของตรอกเล็กแคบที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล ซากสัตว์ที่โชยกลิ่นไม่พึงประสงค์ แม้ฝนเพิ่งตกไปแต่ไม่ได้ช่วยให้สภาพที่เป็นอยู่ดีขึ้นเท่าไหร่ ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นชา เป็นไปได้อย่างไรที่ชนชั้นสูงระดับนี้จะเข้ามาในย่านนี้

“ท่านผู้หญิง ได้โปรดรอในรถม้าเถอะขอรับ ผมจัดการได้”

“ไม่ ฉันอยากไปดูด้วยตัวเอง”

อนาสตาเซีย เบล ภรรยาของมาร์ควิส กลิแอด เบล ผู้มั่งคั่ง เจ้าของโรงงานสิ่งทอ ยาสูบหลายแห่ง พ่วงด้วยธุรกิจในอุตสาหกรรมต่อเรือและเหมืองแร่เหล็ก หลังสงครามเมื่อร้อยปีก่อนสิ้นสุดลง ตระกูลเบลขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลเก่าแก่อันทรงเกียรติและมีความมั่งคั่งพอจะทัดเทียมกับตระกูลแกรนด์ดยุคแห่งอิฮาร์ได้ แต่เหตุใดสตรีสูงศักดิ์เช่นนี้จึงมาปรากฏกายในสลัมได้

องค์รักษ์ที่ดูตื่นตัวเดินตามหลังเธอเงียบๆ มือแตะดาบที่เอวในท่าเตรียมพร้อม

“ดูไปแล้วท่านหญิงคงจะหาเด็กเจอลำบากสักนิด เฮ้เฮ้ ให้ตายเถอะ เด็กนั่นสำคัญขนาดนั้นเลยนี่นา….” ชายที่เดินนำพูดพร้อมส่งยิ้มให้หญิงสูงศักดิ์

“รีบบอกทางมาเร็วๆ เถอะน่า ถ้าเป็นข้าคงไม่มัวอ้อมค้อมวนไปวนมาแบบนี้หรอก” องค์รักษ์พูดขัดขึ้น

เขาดึงดาบออกมาครึ่งหนึ่งพร้อมกับเสียงดังเคร้ง ร่างของชายที่เดินนำหน้าสะดุ้งกับคำขู่จึงค้อมตัวต่ำยิ่งกว่าเดิม

“แถวๆ นี้แหล่ะ แถวๆ นี้ ถัดจากผับเก่าก็เป็นร้านขายน้ำมันของคุณนายมิลเบิร์น ถึงทางมันจะดูเหมือนๆ กันไปหมดแต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกันหรอก ไม่ต้องห่วงๆ”

อนาสตาเซียส่งสัญญาณเตือนไม่ให้องค์รักษ์ข่มขู่ชายนำทางมากเกินไปเพราะถ้าหากเขาวิ่งหนีไปตอนนี้ อาจะทำให้เสียงานได้ องค์รักษ์จึงเก็บดาบแล้วเดินตามเงียบๆ

ที่แห่งนี้ราวกับเป็นป้อมปราการ ป้อมขนาดใหญ่ที่อยู่ของผู้ที่ถูกทอดทิ้งจากโลกภายนอก องค์รักษ์มองสำรวจไปรอบๆ ด้านหน้าพวกเขามีบ้านที่มีริบบิ้นสีแดงแขวนอยู่ข้างหน้า จะบอกว่าบ้านก็ไม่เชิง มันเหมือนห้องแถวที่มีประตูหลายสิบบานเรียงต่อกันมากกว่า

“ที่นั่นไง ท่านไม่รู้หรอกว่ากระผมต้องลำบากขนาดไหนกว่าจะตามหาแม่สาวน้อยคนนั้นพบ แม้จะสิ้นหวังแค่ไหนแต่แม่ของเธอก็พยายามเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี…เพราะฉะนั้นท่านต้องมีสินน้ำใจให้กระผมสักหน่อย สักสิบกิลลี่..ฮิฮิฮิ”

ตึกหลังนี้เป็นที่เดียวที่ไม่มีชายคา จึงโดนฝนสาดใส่อย่างไม่ปราณี ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นี่ หญิงสาวที่อนาสตาเซียค้นหาเลือดตาแทบกระเด็น เธอหันไปที่องค์รักษ์เขาจึงเดินขึ้นหน้าไปพร้อมโยนเหรียญใส่มือชายนำทาง ในความเงียบงันมีเสียงเหรียญดังกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง เมื่อชายนำทางนับเงินที่เสร็จเขาก็คำนับแล้วเดินจากไปทันที

อนาสตาเซียเดินไปข้างหน้า ความรู้สึกชื้นแฉะที่แผ่เข้ามาถึงข้างในรองเท้าหนังอันหรูหราทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง

“เข้าไปกันเถอะ” อนาสตาเซียพูด องค์รักษ์พยักหน้าพร้อมทำตามคำสั่ง

เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการแกะสลักไม้ เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเข้ามาใกล้ ใบหน้าเล็กเปรอะเปื้อนคราบโคลน ผมสีบลอนด์รุงรังยาวถึงเอว ดูไม่ต่างจากสิ่งเล็กๆ อันบอบบาง เธอดูไม่เหมือนเด็กอายุสิบสองเลยสักนิด เมื่อเห็นมีดในมือเด็กหญิง ใบหน้าของอนาสตาเซียก็บูดบึ้งขึ้นทันที

อนาสตาเซียอยู่ห่างจากเด็กหญิงตัวน้อยเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอยุ่งมากเสียจนไม่ได้สังเกตว่ามีคนกำลังเข้ามา

“เฮ้ เด็กน้อย” เธอเรียก

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นสบตากับอนาสตาเซีย เธอทิ้งมีดด้วยความตกใจ ดวงตาที่เปล่งประกายราวกับส่วนผสมของสีฟ้าครามและสีเขียวมรกตสบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาของอนาสตาเซีย เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กน้อย คลื่นแห่งความโกรธที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้ก็พลุ่งพล่านขึ้นในอกของเธอ เธอระงับความโกรธอย่างอดทนและมองไปที่เด็กหญิงตรงหน้า

“เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ ทั้งๆ ที่ฝนตกแบบนี้”

เด็กหญิงทำหน้ามุ่ย พร้อมดึงห่อผ้าที่ปิดหูออกแล้วซ่อนไว้ด้านหลัง

“แม่ของหนูกำลังทำงาน… ว่าแต่คุณเป็นใครหรือคะ” เด็กหญิงตอบ

“ทำงาน?” เสียงผู้หญิงร้องครางและเสียงคำรามของผู้ชายดังลอดออกมาจากหน้าต่างที่ปิดด้วยม่านหนาด้านบน

คามิลเลียอาศัยอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรม เพชรน้ำงามที่เกิดในโคลนตม นั่นคือสิ่งที่คนในสลัมต่างเรียกเธอ ในอดีต มีหญิงสาวสวยสะดุดตาซ่อนตัวอยู่ในสลัมแห่งลูฟร์ เธอเร่ร่อนไปตามท้องถนนราวกับกำลังหลบหนีการตามล่า อยู่มาวันหนึ่งหญิงนางนั้นก็ได้คลอดบุตรสาวออกมา ในวันที่ฝนตกเช่นเดียวกับวันนี้ ข้างๆ ซากสุนัขที่เน่าเปื่อย เธอให้กำเนิดนางฟ้าที่มีดวงตาสีมรกต จนผู้คนรู้สึกสลดสังเวชใจ แม้จะไม่สามารถผลิตน้ำนมให้ลูกน้อยดื่มกินได้เพราะความอดอยาก แต่ผู้หญิงคนนั้นก็พยายามสุดชีวิตที่จะเลี้ยงดูลูกอย่างดีเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกข้างท้องถนนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อฤดูหนาวอันโหดร้ายมาถึง เด็กน้อยก็เจ็บป่วยด้วยอาการไข้เมื่อไม่มีทางเลือก เธอจึงใช้ร่างกายแลกกับการรักษาชีวิตน้อยๆ ของบุตรสาว และนั่นคือเรื่องราวเมื่อสิบสองปีก่อน

“เธอชื่อ… ลีอาใช่ไหม” อนาสตาเซียถาม

เด็กหญิงพยักหน้า “คุณรู้จักหนูได้ยังไงคะ”

“ฉันได้ยินว่า… แม่ของเธอป่วยหนัก ก็เลยมาหา”

“…แม่? แม่ไม่สบายเหรอคะ?” ดวงตาของเด็กหญิงเบิกกว้างเมื่อได้ยินข่าว เธอหันหลังเพื่อจะวิ่งเข้าไปหาแม่ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ในขณะที่เธอกำลังจะเคาะประตูมือใหญ่ขององครักษ์ก็ทุบเข้าที่ท้ายทอยน้อยๆ ทันควัน

เด็กหญิงล้มลงหมดสติ เธอถูกอุ้มขึ้นจากพื้น “เด็กคนนี้ตัวเล็กจนไม่น่าเชื่อว่าอายุสิบสองปีแล้ว” เขากล่าว

อนาสตาเซียมองดูร่างไร้สติแล้วพยักหน้า “ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เธอพูด “ฉันเกลียดกลิ่นเหม็นและเสียงอึกทึกที่นี่ ไปบอกคนรถให้เตรียมตัวให้พร้อม”

“แล้วแม่ของเด็กล่ะ” องครักษ์ถามขึ้นอย่างระมัดระวัง

เธอมุ่งหน้ากลับไปที่รถม้า ฉับพลันก็หันกลับมาจ้องมองไปที่หน้าต่างซึ่งยังคงได้ยินเสียงครวญครางดังแว่วอยู่ มุมปากของเธอยกยิ้มอย่างเย็นชา “จะโกลาหลแค่ไหนกันถ้าเกิดไฟไหม้ในวันที่ฝนตก” เธอพูดอย่างเย็นชา

องครักษ์รู้สึกขนลุกเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที “ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ” เธอพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ

เงาทั้งสองถูกกลืนหายไปในความมืด มีหน้าต่างหลายบานเปิดขึ้นเพื่อหวังจะได้เห็นแสงตะวัน แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะมีเพียงสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง พวกเขาปิดหน้าต่างอีกครั้งในค่ำคืนที่มืดมนลงเรื่อยๆ

“หนูจ๊ะ หนู…”

กลิ่นหอมๆ กับความรู้สึกเบาสบาย ที่นี่คือสวรรค์หรือเปล่านะ? ถ้าเป็นสวรรค์จริง เธอไม่อยากตื่นขึ้นมาเลย แต่เปลือกตาของลีอาก็กระพือเปิดขึ้นในที่สุด เพราะมีมือมาเขย่าเธอให้ตื่น

“อ๊า!” เด็กหญิงที่หวาดกลัวกรีดร้องออกมาและลุกขึ้นนั่ง ความตื่นตระหนกแทรกซึมเข้าไปในดวงตาของเธอหลังมองไปทั่วห้อง แล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก ถ้าหากจะนับสถานที่ที่ดีที่สุดที่เธอเคยเห็นมาในช่วง 10 ปีนี้ก็ต้องยกให้ห้องใต้หลังคาของลอเรน ซึ่งเป็นที่ๆ ลอเรนใช้ขายเสื้อผ้า มีสุนัขแสนน่ารักชื่อพอลลี่อยู่ที่นั่นด้วย และมีผ้าหลากสีแขวนอยู่ในห้องใต้หลังคาแห่งนั้น เมื่อลีอาเห็นชายผ้าปลิวไสวไปตามสายลม มันทำให้เธอมีความสุขมาก ทั้งสีและความนุ่มนวลของเนื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกเหมือนเจ้าหญิงในปราสาทหลังงาม

แต่ที่นี่ไม่ใช่ห้องใต้หลังคาของลอเรน และเป็นห้องสุดหรูที่เธอไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการได้ เตียงใหญ่กว่าตัวเธอประมาณสิบเท่า และหน้าต่างยาวจากพื้นจรดเพดาน เธอไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจเมื่อมองไปยังกองหนังสือบนพรมหรูหราและเตาผิงขนาดใหญ่ได้

“ทำไมไม่มากินข้าวซะล่ะ? หนูไม่หิวเหรอ?” หญิงที่ปลุกเธอถามด้วยความเป็นห่วง

ลีอาส่ายหัวและนั่งชันเข่า “คุณผู้หญิงคะ ที่นี่คือที่ไหน” เธอพูดต่อ “หนูอยู่ที่ไหน แม่ของหนูอยู่ที่ไหน ผู้หญิงก่อนหน้านี้เป็นใครคะ”

“กินซุปซะก่อน แล้วฉันจะอาบน้ำให้หนู” ผู้หญิงคนนั้นพูด “แล้วท่านผู้หญิงคนนั้นจะมาหาหนู”

“แต่ว่า” “ทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่”

“เพราะ…” ผู้หญิงคนนั้นดูลังเลที่จะอธิบาย

เสียงเคาะดังขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขาแล้วประตูก็เปิดออก เด็กชายที่มีดวงตาสีมรกตและผมสีบลอนด์ยืนอยู่ที่ธรณีประตู เขายิ้มให้ลีอา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นใบหน้าที่สวยมากขนาดนี้ ลีอามองดูเด็กชายที่เดินใกล้เข้ามาพร้อมซ่อนมือที่สกปรกของเธอไว้ข้างหลัง

“สวัสดีคามิลเลีย” เขาเอ่ยขึ้น

จบตอนที่ 1

คะแนน: 5 จาก 5.

ทิ้งท้ายจาก Unnie
ผลงานการแปลของ Unnie ตั้งใจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ จากนิยายที่เพื่อนๆ ชื่นชอบแต่ไม่สามารถหาอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ สำหรับการแปล Unnie ตั้งใจเรียบเรียงสุดความสามารถในเวลาอันจำกัด หากมีข้อผิดพลาดหรือแปลผิดตรงไหนอย่างไร Unnie ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า
ขอให้สนุกทุกตัวอักษรนะคะ ^___^ …………………………………………………………………………………………
.
ปล. เจอ LC เรื่องนี้สามารถแจ้ง Unnie ได้ตลอดเวลา หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการแจ้งให้เอาลงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางช่องทาง Fanpage หรือทางคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ Unnie จะดำเนินการให้โดยเร็วที่สุดค่ะ

ใส่ความเห็น